โฆษณา

น้ำพริก ถือเป็นอีกเมนูที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้เพราะตอนนี้น้ำพริกหลายอย่างเริ่มหายากเต็มที เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมาทำไม่มีขายในท้องตลาดเพราะไม่มีคนกิน การอนุรักษ์น้ำพริกต้องเริ่มจากครอบครัวตั้งแต่พ่อแม่กินเป็นตัวอย่างและถ่ายทอดสู่ลูก และพอลูกโตขึ้นจะถ่ายทอดเป็นช่วงๆ เมื่อครอบครัวทำแบบนี้น้ำพริกต่างๆ จะไม่สูญหายแถมยังช่วยให้ประหยัดเงินแม้ข้าวของจะแพงได้อีกด้วย

ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยนผ่านไปเช่นไร สิ่งที่บรรพบุรุษได้คิดขึ้นและสั่งสมด้วยประสบการณ์ย่อมเป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับน้ำพริกถือเป็นอาหารที่อยู่ท้องและทานได้ไม่ว่าประเทศไทยจะต้องผจญกับวิกฤติข้าวยากหมากแพงมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

วิธีเลือกซื้อน้ำพริก

1. ดูที่ความสดภายนอกสีจะต้องไม่คล้ำจนเกินไป หรือถ้ามีมะเขือพวงหรือพริกเป็นส่วนประกอบต้องไม่มีสีคล้ำเข้ม ถ้ามีสีคล้ำแสดงว่าน้ำพริกได้ตำมานานแล้ว

2. ดมกลิ่นว่าเหม็นหืนหรือไม่ ถ้ามีกลิ่นแสดงว่าทำไว้นานแล้ว โดยเฉพาะน้ำพริกแห้งที่บรรจุกล่องพิจารณาเป็นพิเศษ

“น้ำพริก” ฝ่าวิกฤติ! ภูมิปัญญาทางเลือกยุคของแพง

เนื้อหมูและราคาสินค้าบริโภคที่พุ่งสูงบ่งบอกถึงวัฒนธรรมการบริโภคของคนไทยอย่างชัดเจน แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส เพราะเมื่อหันไปสำรวจตลาดพบว่าร้านขายน้ำพริกสดมีเพิ่มมากขึ้นในกรุงเทพฯ แม้ว่าราคาข้าวของจะพุ่งสูงแค่ไหน แต่ราคาน้ำพริกยังไม่ขยับตัวสูงขึ้นมากนัก ซึ่งในวิกฤติข้าวยากหมากแพง “น้ำพริก” ถือเป็นภูมิปัญญาตกทอดให้ลูกหลานได้รู้ซึ้งถึงคุณค่า และคุณประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า สำหรับในกรุงเทพฯ การเพิ่มขึ้นของร้านน้ำพริกสดมีมากอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลมาจากการที่คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่เข้ามาทำงานมากขึ้น แต่ในทางกลับกันต่างจังหวัดหลายคนกลับบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นกว่าการทานน้ำพริกเหมือนแต่ก่อน ซึ่งในภาวะวิกฤติที่ข้าวของแพง น้ำพริกเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างมาให้คนรุ่นหลังได้นำไปใช้ได้อย่างดี อดีตน้ำพริกถือเป็นอาหารยามยาก หมายความถึง เป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานหรือพกไปขณะเดินทางไกลได้อย่างสะดวกนั่น

น้ำพริกสูตรแรก คือ พริกกะเกลือ โดยนำพริกป่นและเกลือผสมกันคลุกด้วยมะพร้าวขูดคั่ว สามารถพกไปกินได้ระหว่างเดินทางไกล เครื่องเคียงต่างๆ สามารถเด็ดผักได้ตามทางหรือหาปลาตามคลองหนองบึง และด้วยความที่หลายคนหันมารักษาสุขภาพมากขึ้นจึงทำให้น้ำพริกได้รับความนิยม โดยผู้บริโภคเริ่มนิยมร้านน้ำพริกที่ทำสดมากกว่าน้ำพริกที่บรรจุอยู่ในกระปุกหรือกล่อง

น้ำพริกสดที่ขายตามท้องตลาดขายอยู่ที่ราคา 20 – 30 บาทต่อถุง ถ้ามอง 5 ปีย้อนหลังคนขายยังคงราคาเดิมไว้แม้สินค้าอื่นๆ จะราคาสูงขึ้น ด้วยความที่น้ำพริกใช้เนื้อสัตว์น้อยจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ถ้ามองในราคาต้นทุนแล้วน้ำพริกหนึ่งครกจะตกอยู่ที่ราคา 5 – 7 บาท โดยราคาเครื่องเคียงเช่นผักหรือปลาทูและปลาย่างอาจผันผวนตามราคาตลาดในแต่ละช่วงบ้าง

สำหรับการทำน้ำพริกที่ผสมเนื้อสัตว์ในภาวะวิกฤติราคาแพงสามารถนำวัตถุดิบอื่นมาผสมแทนได้เช่น ถั่วประเภทต่างๆ ฟักทอง มัน ใบชะคราม เห็ด ข้าวกล้อง ข้าวสังข์หยด และโปรตีนเกษตร คุณค่าอาจแทนเนื้อหมูไม่ได้ แต่ในการกินผสมกับน้ำพริกให้ความรู้สึกไม่ต่างกันขึ้นอยู่กับวิธีทำ

อย่างน้ำพริกอ่องที่ต้องใช้เนื้อหมูมาก สามารถนำโปรตีนเกษตรมาทำแทนเนื้อหมูได้ โดยต้องหั่นโปรตีนเกษตรให้เป็นชิ้นเล็กเหมือนลูกเต๋าแล้วแช่น้ำไว้ 20 นาที ซึ่งพอนำขึ้นจากน้ำโปรตีนเกษตรจะหนืดๆ เหมือนเนื้อหมูและนำไปทำเป็นน้ำพริกอ่องได้ตามปกติ เช่นเดียวกับเต้าหู้แผ่นถ้าจะเอามาทำต้องหั่นเป็นชั้นเล็กๆ นำไปทอดแล้วนำมาปรุงเป็นน้ำพริกอ่อง

ขณะเดียวกันเครื่องเคียงอย่างผักต่างๆ ไม่ควรบริโภคผักที่เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ควรเน้นบริโภคผักริมรั้วและผักที่ออกตามฤดูกาล ซึ่งการปลูกผักริมรั้วคนที่มีเนื้อที่น้อยสามารถปลูกได้อย่างคนที่มีห้องพักอยู่ในคอนโดสามารถปลูกในกระถางริมระเบียงได้อย่าง ดอกโสน ดอกแค ดอกขจร ต้นกระถิน โดยการปลูกต้องหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้แตกยอดใหม่และลำต้นไม่สูงมาก ส่วนผักบุ้งสามารถปลูกในอ่างน้ำเล็กๆ ได้ถ้ามีพื้นที่เพียงพอ

“การเลือกซื้ออาหารที่ออกตามฤดูกาลสำคัญอย่างมาก อย่างหน้าฝนช่วงนี้มะขามอ่อนออกมากเราก็สามารถนำมะขามเหล่านั้นมาทำน้ำพริกมะขาม ถ้าทานไม่หมดสามารถนำน้ำพริกมาทอดและเก็บไว้กินวันหลังได้ หลายคนยังมองว่าน้ำพริกบางอย่างมีกลิ่นแรงเช่น น้ำพริกกะปิ ความจริงแล้วคนโบราณมีวิธีการทำให้กะปิไม่เหม็นโดยต้องนำกะปิไปย่างให้สุกก่อนทุกครั้ง ยิ่งคนสมัยใหม่ที่อยู่ในคอนโดยิ่งง่ายแค่เอากะปิเข้าไมโครเวฟให้เนื้อกะปิไม่แฉะ ขณะเดียวกันความร้อนจากการปิ้งจะทำให้แคลเซียมในเนื้อกะปิทำงานได้ดีขึ้น”

หากมองถึงนัยยะของน้ำพริกที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาคจะเห็นคุณค่าต่างๆ ที่ซ่อนอยู่อย่าง ในภาคกลาง เด่นในเรื่อง น้ำพริกกะปิ น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกหลน เครื่องเคียงจะเป็นปลาทู ปลาช่อนย่าง ปลาดุกฟู ปลาสลิดทอด ด้วยความที่ไม่ไกลจากทะเลมากนักโดยรสชาติจะเน้น 3 รส ส่วนผักต้มต่างๆ จะราดด้วยหัวกะทิเพื่อเพิ่มความมันซึ่งตามหลักโภชนาการจะทำให้วิตามินเอในผักทำงานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อทาน

ภาคเหนือ มีน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม กินคู่กับหมูปิ้งและแคบหมู ด้วยความที่เป็นเมืองหนาวน้ำพริกจึงเน้นให้มีไขมันซึ่งจะทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น ส่วนภาคอีสาน มีคลองมากจึงจับปลามาทำน้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกกุ้งจ่อม รสชาติเน้นเค็มเพราะทำให้เหงื่อออกง่ายในเขตเมืองร้อน ภาคใต้ ติดทะเลจึงมี น้ำพริกกุ้งเสียบ ไตปลา คู่ผักสดเน้นรสเค็มเผ็ดให้เหงื่ออกเพื่อดับความร้อน

หลายคนมองว่าการทานน้ำพริกแล้วทำให้ท้องเสีย จริงแล้วความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการทำน้ำพริกตั้งแต่การล้างพริกถึงการตำน้ำพริก ซึ่งการจะให้คนที่ไม่เคยกินน้ำพริกหันมาทานในระยะแรกควรลดความเผ็ดลงในระดับที่ทานได้ ส่วนเครื่องเคียงไม่ควรให้ทานผักที่ขมๆ ควรให้ทานกับแตงกวาหรือผักบุ้งก่อน พอทานได้แล้วค่อยให้ลองผักที่มีรสขม

…………………………

ทีมวาไรตี้

น้ำพริก และ สมุนไพร ป้องกันไข้หวัด
เพิ่มภูมิคุ้มกันหวัดร้าย ค้นคุณค่าสมุนไพร…อาหารไทย
ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่ยุติการแพร่ระบาด!!

ขณะที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขอนามัยรับผิดชอบต่อตนเองและคนรอบข้างอย่างเคร่งครัด ทั้งในขณะที่ป่วยด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่การสร้างสุขนิสัยล้างมือบ่อยครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อหวัดร้ายทั้งสิ้น

นอกเหนือจากการรณรงค์เน้นย้ำดังกล่าว ที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวการแนะนำให้เลือก รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์อุดมด้วยวิตามิน พืชผักสมุนไพรใกล้ตัวภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพ ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหลีกไกลจากการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

การรู้หลักนำมาใช้ สิ่งนี้นั้นมีข้อควรรู้และแม้จะเป็นสิ่งที่ทราบกัน มีการกล่าวถึงบ่อยครั้ง แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีการเตือนระวังถึงการใช้อย่างถูกวิธี !!

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัด การใช้สมุนไพรตำรับยาที่ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บรรเทา อาการ ภญ.ดร.อัญชลี จูฑะพุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ในความต่อเนื่องได้ร่วมกันหาแนวทางการนำคุณค่าคุณประโยชน์ดังกล่าวดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายสามารถป้องกันการติดเชื้อ บรรเทาอาการของโรคและนอกจากการป้องกันดูแลตนเองที่ผ่านมาได้ส่งเสริมสุขภาพรับประทานสมุนไพรในรูปของอาหาร เครื่องดื่ม

ในผัก ผลไม้ ผักพื้นบ้าน ที่คุ้นเคยซึ่งมีวิตามินซีสูงรวมอยู่ด้วยนั้นมีอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นใน ยอดมะยม ดอกขี้เหล็ก ยอดสะเดา มะระขี้นก พริกหวานรวมทั้งพริกชนิดต่าง ๆ แล้วก็ยังมี แครอท มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม มะม่วง มะละกอ รวมทั้งผักสีเขียวเข้ม อย่าง คะน้า บรอกโคลี ผักโขม ฯลฯ ซึ่งต่างช่วยบำรุงสุขภาพเสริมสร้างสุขภาพ

นอกจากนี้ในผัก ผลไม้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีความสำคัญ สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากที่มีรายงาน มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสไข้หวัด อย่าง พลูคาวหรือคาวตองหรือพลูแก สามารถนำมาทานสดหรือทาน กับน้ำพริก ขณะที่ กระเทียม ขิง กะเพรา ตะไคร้ สมุนไพรที่มีอยู่ ในอาหารหลากหลายเมนู ทั้งแกงเลียง ผัดกะเพรา ต้มยำ แกงส้มผักรวม น้ำพริก ผักต่าง ๆ เมี่ยงคำ ฯลฯ เหล่านี้เป็นอาหารที่สมุนไพรช่วยป้องกันการเจ็บป่วย

แต่ถ้าเริ่มเป็นหวัดมีอาการไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ มีเสมหะดังที่ทราบ ฟ้าทลายโจร ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาตินั้นมีสรรพคุณบรรเทาอาการของโรคหวัด รักษาอาการไข้เจ็บคอและรักษาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ

“การใช้สมุนไพรชนิดนี้ควรใช้เมื่อมีอาการและไม่ควรใช้เกิน 7 วัน เพราะอาจทำให้มีอาการมือเท้าชา อ่อนแรงในผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุและด้วยที่เป็นพืชสมุนไพรซึ่งอาจมีปลูกไว้ตามบ้านเรือนสามารถนำมาใช้ในรูปของยาต้มโดยใช้ส่วนเหนือดินสับเป็นท่อน ๆ หรือใช้ ใบสดล้างให้สะอาดแล้วนำมาต้ม ประมาณหนึ่งกำมือนำน้ำมาดื่ม อีกทั้งยังมีงานวิจัยกล่าวถึงส่วนดอกซึ่งมีสารสำคัญอยู่มาก

แต่อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังซึ่งในผู้ป่วยบางราย ฟ้าทลายโจรอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้บ้าง โดยมีอาการระบายท้อง วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น ฯลฯ ซึ่งหากมีอาการควรหยุด ใช้ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานและ หากอาการป่วยรุนแรงไม่หายควรพบแพทย์”

ขณะที่ผักผลไม้หลายชนิดมีคุณประโยชน์มีสรรพคุณทางยา ในมิติของอาหารอีกหลากหลายเมนูมีความหมายต่อการเสริมภูมิคุ้มกัน ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำฝ่ายพิษวิทยาทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความรู้ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ที่มีการแพร่ระบาดสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส การที่ไวรัสมาทำอันตรายเราส่วนหนึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอลงซึ่งเมื่อมีสารแปลกปลอมเข้ามาไม่ว่าจะเป็นอนุมูลอิสระ แบคทีเรียผ่านเข้ามาในร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้นถ้าภูมิ คุ้มกันอ่อนแอเซลล์เม็ดเลือดขาวมีศักยภาพต่ำลงหรือน้อยลงก็มีโอกาสเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย

อาหารที่เลือกรับประทานจึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทำให้มีศักยภาพทำงานได้อย่างเต็มที่และอาหารเหล่านี้มีอยู่ใน พืชผักสมุนไพร ที่ใกล้ชิดคุ้นเคย แต่อาจมองข้ามกันไป

“อาหารที่ช่วยเสริมภูมิ คุ้มกันป้องกันการติดเชื้อไวรัสทั่วไปที่มีการศึกษาวิจัย ในส่วนของอาหารสมุนไพรจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นองค์ประกอบอยู่ในอาหารไทยอยู่มากซึ่งก็จะมี กระเทียม หอมแดง ขิง ขมิ้นชัน กะเพรา สะเดา พริกไทย ฯลฯ”

ถ้าแยกเป็นชนิดอย่าง กระเทียม จะเห็นได้ว่ามีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพเซลล์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการทานกระเทียมสกัดหรือว่ากระเทียมสับ ตำปรุงอยู่ในอาหารหลากหลาย เมนูก็จะไปช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวทำลายสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส แบคทีเรีย

ขิง พืชอาหารอีกชนิดที่รู้จักกันดีอีกทั้งยังมีการศึกษาวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการต่างประเทศซึ่งสารสำคัญในพืชชนิดนี้มีผลยับยั้งหยุดการเจริญของเชื้อไวรัส โดยในตำรายาจีนมีการพูดถึงนำมาใช้ยาวนาน ผักอีกชนิดที่รับประทานกันอยู่บ่อยครั้งโดยที่สามารถช่วยป้องกันเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย อย่างผักใบ ประเภท กะเพรา สะเดา ก็พบว่ามีสารช่วยต่อต้านไวรัส นอกจากนี้ ยังมี โหระพา รักษาอาการไข้ที่มีสาเหตุจากหวัดและไข้หวัดใหญ่ ตามตำรายาแผนโบราณ พริกไทยซึ่งไม่เพียงเพิ่มรสชาติอาหารแต่ยังมีคุณประโยชน์ มีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพืชผัก ภูมิปัญญาไทยที่ปรากฏในอาหารที่รับประทานกันและ ในการรับประทานเมื่ออยู่ในรูปของอาหารนั้นมีความปลอดภัยต่อการบริโภค

“การบริโภคอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปแน่นอนว่าย่อมไม่เกิดผลดีก่อเกิดโทษต่อร่างกายได้ สารบางอย่างถ้าสกัดเป็นตัวเดี่ยว หากทานในปริมาณมากก็อาจทำหน้าที่เหมือนอนุมูลอิสระก็จะไปทำลายเซลล์ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง การทานอาหารที่มีความหลากหลายประกอบด้วยพืชผักหลายชนิดสารสำคัญจะออกฤทธิ์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน”

การรับประทานอาหารไม่ซ้ำในประเภทใดประเภทหนึ่งจึงมีส่วนสำคัญต่อการช่วยดูแลสุขภาพ อีกทั้งในพืชสมุนไพรหลักที่กล่าวมามีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ การเลือกนำมาบริโภคสามารถทำได้มากมายทั้งในประเภท แกงเผ็ด ต้มโคล้ง ต้มยำ ผัด กระทั่งในอาหารประเภทน้ำพริกซึ่งมีผักอยู่หลากชนิด ฯลฯ สำรับอาหารไทยจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าช่วยป้องกัน โรคหลีกไกลความเจ็บป่วยได้

“อาหารไทยโดยมากจะมี ขมิ้น หอม กระเทียม ฯลฯ เป็นองค์ประกอบหลักเป็นเครื่องแกงต่าง ๆ อย่างถ้าเป็นผักใบอย่างกะเพราที่นำมารับประทานก็ใช่ว่าจะทานเดี่ยว มีพืชผักชนิดอื่นร่วมอยู่ด้วยทั้งพริก กระเทียมซึ่งต่างก็มีสารสำคัญมีความหลากหลายในมื้ออาหารและ นอกจากรับประทานในรูปของอาหารผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินยังนำมาทำเป็นเครื่องดื่มก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยป้องกันเสริมสร้างสุขภาพ โดยทั่วไปเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ทราบกันแต่ก็มักมองข้าม แต่ในคุณค่าคุณประโยชน์ของพืชผักอาหารใกล้ตัวเหล่านี้ที่มีความหมายต่อสุขภาพตะวันตกนั้นให้ความสนใจในสิ่งนี้เพิ่มขึ้น”

การทานอาหารที่อุดมด้วยผักหลากหลายชนิด อาจารย์ท่านเดิมยังให้มุมมองอีกว่า ผักหลายชนิดมีสารสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ การทานผักที่หลากหลายมีส่วนช่วยป้องกันเสริมสร้างสุขภาพทำให้ระบบร่างกายดีขึ้น โรคหัวใจ ความดัน หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ฯลฯ ก็จะไม่ถามหา ส่วนความเป็นห่วงที่อยากฝากเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง การรับประทานอาหารร่วมกันควรใช้ช้อนกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อการแพร่ระบาด

ขณะที่อาหารเป็นยาในความหมายดังกล่าวจึงเป็นการป้องกัน ไม่ได้หมายถึงการรักษา การรับประทานอาหารหลากหลายมีประโยชน์ครบคุณค่าเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกายพักผ่อนอย่างเพียงพอ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพ รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างเสริมให้ร่างกายแข็งแรง

แต่ยังเป็นอีกทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพป้องกันเตรียมพร้อมไกลห่างจากความเจ็บป่วยการแพร่ระบาดของหวัดร้ายเวลานี้อีกด้วย.

พงษ์พรรณ บุญเลิศ
dailynews

,

น้ำพริก” เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม รับประทานคู่กับผักนานาชนิดที่มีประโยชน์ เป็นเมนูคู่สำรับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารบ่งบอกความเป็นไทยได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในแต่ละภาคจะมีน้ำพริกประจำถิ่นที่รสชาติไม่เหมือนกัน เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกโจร น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ฯลฯ และยุคนี้น้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ด้วย

น้ำพริกกุ้ง เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือก ของ แม่จินดา วัฒนพงศ์พรชัย เจ้าของสูตรฮ่อยจ๊อแม่จินดาชื่อดังใน จ.เพชรบุรี แม่จินดาเล่าให้ฟังว่า เพื่อเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเธอจึงคิดเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วมาแปรรูปให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เมื่อมองสำรับกับข้าวที่วางอยู่ก็เกิดปิ๊งไอเดียน้ำพริกขึ้นมา คือ “น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” และ “น้ำพริกเผากุ้งสุด” ที่ใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น

“เพราะน้ำพริกเป็นกับข้าวหลักพื้นฐาน และเป็นศูนย์กลางของกับข้าวอื่น ๆ รสชาติหลักของน้ำพริกต้องเผ็ด และเค็ม แต่คนส่วนมากมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยว รสหวานลงไป เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมยิ่งขึ้น” แม่จินดากล่าว

แล้วได้บอกถึงการทำน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบว่า จุดเด่นของน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบอยู่ตรงที่ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย วัตถุดิบมีคุณภาพ สะอาด เก็บรักษาไว้ได้นาน

ส่วนผสม/วัตถุดิบ : “น้ำพริกเผากุ้งสด” ก็มี… กระเทียมเจียว 1 กิโลกรัม, หอมเจียว 2 กิโลกรัม, พริกแห้งเม็ดใหญ่ล้างน้ำสะอาดผึ่งลมเด็ดก้าน 2 ขีด (200 กรัม), น้ำตาลปีบ 1 กิโลกรัม, เกลือป่น 1 ถุงเล็ก, กุ้งสด 1 กิโลกรัม, น้ำมะขาม 8 ขีด (800กรัม) และน้ำมันพืช

อุปกรณ์ที่ใช้ เครื่องปั่น, เตาแก๊ส, ตะหลิว, กระทะ, เขียง, กะละมัง, มีด, ถาด, ไม้พาย ฯลฯ

ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผากุ้งสด” เริ่มจากนำกุ้งมาล้างและแกะเปลือก แล้วทำการสับกุ้งให้ละเอียด ผัดรวนให้แห้ง พักไว้ แล้วนำพริกแห้งลงทอดด้วยไฟอ่อน ตามด้วยกระเทียมซอย หอมแดงซอย โดยแยกทอด พอสุกเหลือง ตักใส่ภาชนะเตรียมไว้

จากนั้นนำพริกทอดโขลกให้ละเอียด พอเริ่มละเอียดใส่เนื้อกุ้งที่รวนไว้โขลกต่อให้ผสมเข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอเริ่มร้อนนำส่วนผสมของพริกและกุ้งลงไปผัดก่อน ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขาม และเกลือ ใช้ไฟอ่อนผัดต่อไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมมีกลิ่นหอม และแห้งได้ที่ จากนั้นใส่หอม กระเทียมเจียว ลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน

น้ำพริกที่ได้จะมีรสชาติ 3 รสคือ เปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดปานกลาง เสิร์ฟพร้อมกับปลาทอด หรือ กินกับขนมปังก็อร่อยมาก
ราคาขายขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 200 บาท ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานหลายวัน เก็บในตู้เย็นจะไม่เป็นไข แม้จะใส่ในช่องแช่แข็งก็ตาม

ต่อไป “น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” ส่วนผสมที่ใช้มี กุ้งแห้งอย่างดี 1 กิโลกรัม, หัวหอมเจียว 3 กิโลกรัม, กระเทียมเจียว 3 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม, เกลือ, ผงปรุงรส, พริกแห้งป่น

ขั้นตอนการทำ นำกระเทียมซอย หอมแดงซอย เจียวพอสุกเหลือง พักให้สะเด็ดน้ำมัน

ขั้นต่อไปทำการปั่นกุ้งแห้งให้ละเอียด ยกลง พักไว้ ปั่นหอมแดงเจียว กระเทียมเจียว พอแหลก พักไว้

นำกุ้งแห้งลงผัดน้ำมัน ใช้ไฟอ่อน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และพริก ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำหอม-กระเทียมเจียวปั่นตามลงไป ผัดไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-25 นาที จนส่วนผสมแห้งและคลุกเคล้าเข้ากันจนทั่ว เป็นอันใช้ได้

ราคาขายก็ขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 400 บาท สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็นเพราะผัดจนแห้ง

“ลูกค้ามักซื้อน้ำพริกไปเป็นของฝากญาติพี่น้อง และไปถึงต่างประเทศเลยทีเดียว โดยมากจะซื้อคู่กัน คือน้ำพริกเผากุ้งสด และน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” แม่จินดาบอก

ใครสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือสั่งซื้อน้ำพริกเจ้านี้ ติดต่อได้ที่ โทร.0-3258-1050 , 08-4944-4728 ถ้าสมุทรปราการ โทร.08-1854-9271 ถ้าระยอง โทร.08-5392-4555 ส่วนใครสนใจจะมี “ช่องทางทำกิน” จาก “น้ำพริก” บ้าง ก็ฝึกฝีมือกันเลย และก็อย่ามองข้าม “กุ้ง” ที่เป็นอีกวัตถุดิบขายดีสำหรับน้ำพริก

คู่มือลงทุน น้ำพริกกุ้งสด-กุ้งกรอบ
ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำขาย
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 65% ของราคา
รายได้ ขีดละ 20 / กก.ละ 200 บาท
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร, ร้านของฝาก
จุดน่าสนใจ เป็นสินค้าที่มีลูกค้ากลุ่มใหญ่

เชาวลี ชุมขำ / ขนิษฐา ผุดผาด :รายงาน
จเร รัตนราตรี :ภาพ

ข่าว น้ำพริก ที่ dailynews

, , , , , , , , , , , , , ,

alt=
น้ำพริกกับผักเคียง ช่วยเลี่ยงได้หลายโรค

พูดถึง “น้ำพริก” คนไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี แม้ว่าแต่ละภาคอาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ภาคใต้เรียก “น้ำชุบ” ภาคอีสาน มี “ป่น” “แจ่ว” แต่ ไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันแค่ ไหน ส่วนประกอบหลักๆ ของน้ำพริกมีคล้ายคลึงกัน แถมยังต้องกินกับผักเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการและป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้ด้วย

สมุนไพรที่อยู่ในถ้วยน้ำพริกนั้น ประกอบด้วย พริก กระเทียม และหอมแดง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีสรรพคุณป้องกันได้หลายแบบ เอกสารเผยแพร่ของศูนย์ประสานงาน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลสมุนไพรแต่ละตัวไว้ว่า

พริก มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร ขับลม แก้หวัด แก้ภูมิแพ้ งานวิจัยพบว่าในพริกมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

กระเทียม มีสาร “อัลลิซิน” กลิ่นฉุน มีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

หอมแดง มีสาร “เคอร์ซิทิน” ช่วยทำความสะอาดเส้นเลือด ป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดอุดตัน

นอกจากนี้ สมุนไพรที่เป็น เครื่องเคียงกินกับน้ำพริก เช่น สายบัว บัวบก ผักกะเฉด ผักกูด ผักหนาม ยังมีสารประกอบที่ฝรั่งเรียกว่า “ไฟโตเคมีคอลล์” มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคร้ายต่างๆ เช่น คลอโรฟิลล์ ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ เมื่ออยู่ในผักจะออกฤทธิ์ช่วยกันเสริมสร้างร่างกายให้ แข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันและต่อต้านอนุมูลอิสระ

ในผักยังมีเส้นใยอาหาร หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์นั้น ก็ยังมีประโยชน์อีก นั่นคือเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ทั้งหมดที่ว่ามาแสดงว่าสมุนไพรในหนึ่งถ้วยน้ำพริกนั้นมีประโยชน์ต่อ สุขภาพเหลือหลาย นอกจากความแซบอันเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป แล้วอย่างนี้จะทิ้งน้ำพริกไปหาอาหารฝรั่งกันได้ลงคอเชียวหรือ.

thairath

, ,

หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด และศูนย์ศึกษาและวิจัยตราสินค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ปทุมธานี

จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “เทคนิคการนำเสนอผลงานอย่างมืออาชีพ” หรือ “เวิร์คช็อปโอท็อป” โดยมี

อ. ตรรกะ เทศศิริ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอสไตน์ จำกัด เป็นวิทยากร ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดปทุมธานี จ.ปทุมธานี สนใจร่วมฝึกอบรมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณศุจิมา แวววิริยะ โทร.08-1905-7896 และคุณถนอมศรี พิรานุศิษฐ์ โทร.08-1206-6659

ใน ส่วนของ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนแห่งความรักนี้ยังมีอบรมรวม 5 หลักสูตร เริ่มด้วยเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไม่ใส่ผงชูรส” โดยคุณ อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ริมถนนหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กทม. ต่อด้วย “น้ำพริก 4 อย่าง (น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกไข่เค็ม น้ำพริกนรกกุ้ง น้ำพริกกุ้งเสียบ)” โดย คุณธนมน เชิงบำรุง เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำพริกสายฝนเมืองย่าโม และ ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์เพื่อธุรกิจ-แบบประหยัด (โรงเรือน-กล่องโฟมทำเอง) โดยคุณอรรถพร สุขบุญสันต์ เจ้าของสวนแม่บัวหลวงไฮโดรโพนิกส์ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา (นอกสถานที่ 1,605 บาท) ส่วนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ หลักสูตร “กล้วย/มัน/เผือกทอด พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด” ร้านเจ้าเก่าปากทางเข้าหมู่บ้านสัมมากร โดยคุณกาญจนา มณีขาว และ “หมูสะเต๊ะและหมูย่าง พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด” โดยคุณศรันยา มีชำนาญ เจ้าของครัวอรทัย ถ.รามอินทรา (กม.2) สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2338-3356 และ 0-2338-3357

ผลวิเคราะห์เชื้อราในน้ำพริก

คนไทยชอบอาหารรสจัด สังเกตได้จากทุกสำรับกับข้าว มักมีอาหารประเภทน้ำพริก และแกงเผ็ดชนิดต่างๆรวมอยู่ด้วย

การกินอาหารรสจัดจะทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้เยอะมากขึ้น

เดี๋ยวนี้กรรมวิธีการทำน้ำพริกเผา หรือพริกแกงชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเวลาจะกินแกงเผ็ดแต่ละทีต้องมานั่งตำน้ำพริกแกงกัน แต่ตอนนี้แค่ออกจากบ้านไปซื้อน้ำพริกแกงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมาแกงก็ไม่ยุ่งยาก

แต่…คุณเคยสังเกตมั้ยว่า น้ำพริกแกงที่เห็นตามตลาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกแกงเผ็ด พริกแกงส้ม พริกแกงพะแนง พริกแกงมัสมั่น หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง กองเป็นภูเขาในกะละมังใบใหญ่

ทำครั้งละเยอะๆเวลาขายไม่หมดก็นำผ้ามาคลุมไว้ขายใหม่ อีกครั้งวันหลัง

เราคนซื้อก็ไม่ได้ไปนั่งมองว่า มันมีเชื้อโรค เชื้อรา และสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่

แต่ถ้าคนทำมั่นใจว่า มีการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือภาชนะที่ใช้ในทุกขั้นตอนการปรุงก็สบายใจได้

ดังผลทดสอบที่สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผา จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า มาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อรา

ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนใดๆ ทั้งจากน้ำพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผาในทุกตัวอย่าง แสดงว่าวันนี้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคตาดำๆมากขึ้น!!!

ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18546 วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2551

,

ภาพกิมจิ

ส่วนผสมกิมจิ: ผักกาดขาว 2 หัว, เกลือป่น, น้ำเปล่า 2 ลิตร, พริกชี้ฟ้าแดง 100 กรัม, ขิงอ่อน 20 กรัม, กระเทียม 10 กรัม, ต้นหอม 100 กรัม, น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกิมจิ

1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด ผ่าครึ่ง
2. ผสมน้ำเปล่า เกลือป่น 40 กรัม ให้เป็นน้ำเกลือ ชิมรสให้ออกเค็มเล็กน้อย
3. นำผักกาดขาวที่ผ่าครึ่งไว้มาแช่น้ำเกลือนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงจนผักสลดจึงนำขึ้น
4. โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กระเทียม ขิง ให้ละเอียด ปรุงรสด้วย เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู
5. หั่นต้นหอมเป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว และหั่นผักกาดขาวที่แช่น้ำเกลือไว้เป็นชิ้นพอคำ
6. ผสมต้นหอม ผักกาดขาวและน้ำที่ได้ในข้อที่ 4 หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน

หมายเหตุ: หากเป็นสูตรต้นตำรับจะใช้วิธีการหมักที่นานขึ้นประมาณ 3 สัปดาห์และไม่ต้องใส่น้ำส้มสายชู และสามารถใส่ขิงอ่อนหั่นฝอยได้หากชอบ

, ,

วัตถุดิบ น้ำพริกแกง

น้ำพริกแกง หรือ เครื่องแกง หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มีพริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน: 2538) น้ำพริกแกง เป็นส่วนผสมที่สำคัญในแกงไทยหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงบอน แกงคั่ว แกงมัสมั่น แกงไตปลา แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ในแกงแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวน ปริมาณ หรือเครื่องเทศบางชนิด ซึ่งทำให้แกงแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีหลักในการเลือกและการเตรียมดังต่อไปนี้

1. พริก พริกที่ใช้ในการโขลกน้ำพริกแกงใช้ได้ทั้งพริกสดและแห้ง ถ้าต้องการเผ็ดมากจะใช้พวกพริกขี้หนู เผ็ดน้อยใช้พริกชี้ฟ้า
- พริกสด เลือกเม็ดแก่ สดใหม่ ไม่มีรอยเน่า ไม่มีแมลงกัดแทะ ล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง หั่นเป็นชิ้น
- พริกแห้ง เลือกที่ไม่เป็นรา สีแดงเข้ม เมื่อโขลกแล้วจะได้เครื่องแกงที่สีแดงสวย ผ่าแกะไส้ในและเมล็ดออก หั่นแช่น้ำให้นิ่ม ไม่ควรใช้น้ำร้อนจะทำให้สีและรสเผ็ดของพริกละลายไปกับน้ำ ก่อนโขลกบีบเอาน้ำออกให้หมด

2. หอมแกง เลือกที่สุด ไม่เน่า ปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นให้ชิ้นเล็กจะได้โขลกได้ง่ายขึ้น การเรียกชื่อมักเรียกผิดว่า “หอมแดง” ซึ่งในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นชื่อไม้ล้มลุก มีหัวชนิดหนึ่ง Eleutherine bulbosa. (Mill) Urb. ในวงศ์ Iridaceae ใบแบนคล้ายใบหมากแรกเกิด ดอกสีขาว หัวสีแดงเข้ม รสเผ็ดซ่า ใช้ทำยาได้

3. กระเทียม เลือกที่สด ไม่ฝ่อ ปอกเปลือกล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้าหัวใหญ่ให้หั่นจะโขลกง่าย

4. กระชาย เลือกรากอ้วน ๆ สด ล้างน้ำ ขูดผิวออก หั่นขวางบาง ๆ

5. ข่า เลือกข่าแก่ในการทำเครื่องแกง ขูดรอยใบออก ล้างน้ำหั่นขวางบาง ๆ

6. ขิง เลือกขิงแก่ เตรียมเช่นเดียวกันกับกระชาย

7. ขมิ้น นิยมใช้ขมิ้นชันและขมิ้นอ้อย ขมิ้นชันจะมีสีเหลืองเข้มและกลิ่นฉุนกว่าขมิ้นอ้อย แต่มีขนาดเล็กกว่า แต่ในเครื่องแกงไทยนิยมใส่ขมิ้นอ้อยเพราะกลิ่นไม่แรง ส่วนขมิ้นชันจะใช้ในเครื่องแกงพะโล้ ปอกเปลือกก่อนโขลก

8. มะกรูด จะใช้ผิวในการโขลกเครื่องแกง ใช้มีดคม ๆ ฝานเอาเฉพาะผิวสีเขียว อย่าให้ติดผิวสีขาว หั่นบาง

9. ตะไคร้ ใช้ส่วนลำต้น ล้างให้สะอาด หั่นขวางบาง ๆ

10. รากผักชี ล้างให้สะอาด ตัดเหนือจากโคนลำต้นขึ้นมา 1/2 นิ้ว เพราะส่วนนี้จะหอม หั่นให้ละเอียด

11. เครื่องเทศแห้ง ได้แก่ ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู อบเชย ต้องนำไปคั่วให้หอมก่อน ลูกจันทน์ต้องทุบเปลือกแข็งออก บุบเนื้อในให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ลูกกระวานที่คั่วแล้วแกะเปลือกออก ใช้แต่เม็ดใน กานพลูแกะเอาเกสรออก อบเชยหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ส่วนพริกไทยเป็นเครื่องเทศแห้งชนิดเดียวที่ไม่ต้องคั่วก่อนใช้งาน การคั่วให้ใช้ไฟอ่อน คั่วทีละอย่างเพราะมีขนาดไม่เท่ากัน ถ้าคั่วพร้อมกันจะทำให้เหลืองไม่พร้อมกัน

, , , ,

หลักการเลือกซื้อผัก

1. เลือกผักตามฤดูกาล ผักหลายชนิดมีเฉพาะในฤดูกาล การเลือกผักที่มีในฤดูกาลนั้น ๆ ทำให้ได้ผักที่มีราคาถูกและมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและสภาพอากาศทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

2. เลือกผักที่สดใหม่ เนื่องจากสารอาหารที่มีในผักจะถูกทำลายลงไปเมื่อผักถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน อีกทั้งความสดกรอบของผักจะลดลงตามไปด้วย ฉะนั้นการเลือกซื้อผักที่สดใหม่จึงมีผลต่อคุณภาพ ผักมีน้ำเป็นองค์ประกอบ ผักที่สดจึงต้องมีลักษณะแข็ง ผิวมีลักษณะตึง มีน้ำหนักดี มีสีเขียวสด ผักที่มีนวลยิ่งจะมีนวลมาก ลำต้นตั้งตรงไม่เหี่ยวงอ

3. ศึกษากระบวนการผลิตและแหล่งที่ผลิตในธุรกิจอาหารที่มีขนาดใหญ่ การเลือกซื้อผักจำเป็นจะต้องศึกษาถึงการผลิตที่มีคุณภาพ การเก็บเกี่ยวตามลักษณะที่ถูกต้องตามอายุผัก การใช้สารเคมียาฆ่าแมลงในพืช เพราะปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีผลในอาหาร เช่น การใช้ยาฆ่าแมลง ต้องฉีดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยวไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์

4. เลือกซื้อผักตามลักษณะจำเพาะของผักนั้น ๆ ผักที่ดี นอกจากความสดใหม่แล้ว จำเป็นต้องศึกษาถึงคุณลักษณะของผักนั้นด้วยว่าลักษณะที่ดีของผักในอาหารนั้น ๆ เป็นอย่างไร เช่น ผักบางอย่างบริโภคในขณะที่ยังอ่อน บางชนิดบริโภคเมื่อแก่จัด ซึ่งลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อรสชาติและผิวสัมผัสในอาหาร

,

เทคนิคการโขลกน้ำพริกแกง

การโขลกน้ำพริกนั้นมีเทคนิคตรงที่จะต้องโขลกของแห้งและแข็งก่อนจึงใส่ของที่มีน้ำและชื้นตามลำดับ ก็คือเริ่มต้นจากเอาพริกแห้งแกะเมล็ดออกแช่น้ำจนนิ่ม บีบน้ำออกให้หมด ใส่ครกโขลกกับเกลือ โขลกจนกระทั่งละเอียดจึงใส่พริกไทย รากผักชี ข่า ตระไคร้ และอื่น ๆ ทีละอย่างที่เหลือ สิ่งที่ใส่หลังสุดคือหอมแดงเพราะมีน้ำมาก ถ้าใส่ก่อนจะทำให้กระเด็นเวลาโขลก และจำทำให้เครื่องปรุงอื่นโขลกไม่ละเอียดตามไปด้วย

,