<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำพริก @ NUMPIK.COM</title>
	<atom:link href="http://www.numpik.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.numpik.com</link>
	<description>สูตรน้ำพริก &#124; ข้อมูลวิธีการทำน้ำพริก &#124;</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2009 04:52:41 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อาหารไทยป้องกันไข้หวัด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2009 04:50:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[
เพิ่มภูมิคุ้มกันหวัดร้าย ค้นคุณค่าสมุนไพร&#8230;อาหารไทย
ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่ยุติการแพร่ระบาด!!
ขณะที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขอนามัยรับผิดชอบต่อตนเองและคนรอบข้างอย่างเคร่งครัด ทั้งในขณะที่ป่วยด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่การสร้างสุขนิสัยล้างมือบ่อยครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อหวัดร้ายทั้งสิ้น
นอกเหนือจากการรณรงค์เน้นย้ำดังกล่าว ที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวการแนะนำให้เลือก รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์อุดมด้วยวิตามิน พืชผักสมุนไพรใกล้ตัวภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพ ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหลีกไกลจากการเจ็บป่วยได้อีกด้วย
การรู้หลักนำมาใช้ สิ่งนี้นั้นมีข้อควรรู้และแม้จะเป็นสิ่งที่ทราบกัน มีการกล่าวถึงบ่อยครั้ง แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีการเตือนระวังถึงการใช้อย่างถูกวิธี !!
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัด การใช้สมุนไพรตำรับยาที่ช่วยสร้างภูมิต้านทาน   ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บรรเทา   อาการ ภญ.ดร.อัญชลี จูฑะพุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ในความต่อเนื่องได้ร่วมกันหาแนวทางการนำคุณค่าคุณประโยชน์ดังกล่าวดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายสามารถป้องกันการติดเชื้อ บรรเทาอาการของโรคและนอกจากการป้องกันดูแลตนเองที่ผ่านมาได้ส่งเสริมสุขภาพรับประทานสมุนไพรในรูปของอาหาร เครื่องดื่ม
ในผัก ผลไม้ ผักพื้นบ้าน ที่คุ้นเคยซึ่งมีวิตามินซีสูงรวมอยู่ด้วยนั้นมีอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นใน ยอดมะยม ดอกขี้เหล็ก ยอดสะเดา มะระขี้นก พริกหวานรวมทั้งพริกชนิดต่าง ๆ แล้วก็ยังมี แครอท มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม มะม่วง มะละกอ รวมทั้งผักสีเขียวเข้ม อย่าง คะน้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0907/27/page4/4.jpg" alt="น้ำพริก และ สมุนไพร ป้องกันไข้หวัด" /><br />
<em>เพิ่มภูมิคุ้มกันหวัดร้าย ค้นคุณค่าสมุนไพร&#8230;อาหารไทย</em><br />
ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่ยุติการแพร่ระบาด!!</p>
<p>ขณะที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขอนามัยรับผิดชอบต่อตนเองและคนรอบข้างอย่างเคร่งครัด ทั้งในขณะที่ป่วยด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่การสร้างสุขนิสัยล้างมือบ่อยครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อหวัดร้ายทั้งสิ้น</p>
<p>นอกเหนือจากการรณรงค์เน้นย้ำดังกล่าว ที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวการแนะนำให้เลือก รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์อุดมด้วยวิตามิน พืชผักสมุนไพรใกล้ตัวภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพ ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหลีกไกลจากการเจ็บป่วยได้อีกด้วย</p>
<p>การรู้หลักนำมาใช้ สิ่งนี้นั้นมีข้อควรรู้และแม้จะเป็นสิ่งที่ทราบกัน มีการกล่าวถึงบ่อยครั้ง แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีการเตือนระวังถึงการใช้อย่างถูกวิธี !!</p>
<p>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัด การใช้สมุนไพรตำรับยาที่ช่วยสร้างภูมิต้านทาน   ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บรรเทา   อาการ ภญ.ดร.อัญชลี จูฑะพุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ในความต่อเนื่องได้ร่วมกันหาแนวทางการนำคุณค่าคุณประโยชน์ดังกล่าวดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายสามารถป้องกันการติดเชื้อ บรรเทาอาการของโรคและนอกจากการป้องกันดูแลตนเองที่ผ่านมาได้ส่งเสริมสุขภาพรับประทานสมุนไพรในรูปของอาหาร เครื่องดื่ม</p>
<p>ในผัก ผลไม้ ผักพื้นบ้าน ที่คุ้นเคยซึ่งมีวิตามินซีสูงรวมอยู่ด้วยนั้นมีอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นใน ยอดมะยม ดอกขี้เหล็ก ยอดสะเดา มะระขี้นก พริกหวานรวมทั้งพริกชนิดต่าง ๆ แล้วก็ยังมี แครอท มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม มะม่วง มะละกอ รวมทั้งผักสีเขียวเข้ม อย่าง คะน้า บรอกโคลี ผักโขม ฯลฯ ซึ่งต่างช่วยบำรุงสุขภาพเสริมสร้างสุขภาพ</p>
<p>นอกจากนี้ในผัก ผลไม้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีความสำคัญ สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากที่มีรายงาน มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสไข้หวัด อย่าง พลูคาวหรือคาวตองหรือพลูแก สามารถนำมาทานสดหรือทาน  กับน้ำพริก ขณะที่ กระเทียม ขิง กะเพรา ตะไคร้ สมุนไพรที่มีอยู่ ในอาหารหลากหลายเมนู ทั้งแกงเลียง ผัดกะเพรา ต้มยำ แกงส้มผักรวม <strong>น้ำพริก ผักต่าง ๆ</strong> เมี่ยงคำ ฯลฯ เหล่านี้เป็นอาหารที่สมุนไพรช่วยป้องกันการเจ็บป่วย</p>
<p>แต่ถ้าเริ่มเป็นหวัดมีอาการไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ มีเสมหะดังที่ทราบ ฟ้าทลายโจร ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาตินั้นมีสรรพคุณบรรเทาอาการของโรคหวัด รักษาอาการไข้เจ็บคอและรักษาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ </p>
<p>“การใช้สมุนไพรชนิดนี้ควรใช้เมื่อมีอาการและไม่ควรใช้เกิน 7 วัน เพราะอาจทำให้มีอาการมือเท้าชา อ่อนแรงในผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุและด้วยที่เป็นพืชสมุนไพรซึ่งอาจมีปลูกไว้ตามบ้านเรือนสามารถนำมาใช้ในรูปของยาต้มโดยใช้ส่วนเหนือดินสับเป็นท่อน ๆ หรือใช้ ใบสดล้างให้สะอาดแล้วนำมาต้ม ประมาณหนึ่งกำมือนำน้ำมาดื่ม  อีกทั้งยังมีงานวิจัยกล่าวถึงส่วนดอกซึ่งมีสารสำคัญอยู่มาก</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังซึ่งในผู้ป่วยบางราย ฟ้าทลายโจรอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้บ้าง โดยมีอาการระบายท้อง วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น ฯลฯ ซึ่งหากมีอาการควรหยุด ใช้ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานและ หากอาการป่วยรุนแรงไม่หายควรพบแพทย์”</p>
<p>ขณะที่ผักผลไม้หลายชนิดมีคุณประโยชน์มีสรรพคุณทางยา ในมิติของอาหารอีกหลากหลายเมนูมีความหมายต่อการเสริมภูมิคุ้มกัน ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำฝ่ายพิษวิทยาทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความรู้ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ที่มีการแพร่ระบาดสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส การที่ไวรัสมาทำอันตรายเราส่วนหนึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอลงซึ่งเมื่อมีสารแปลกปลอมเข้ามาไม่ว่าจะเป็นอนุมูลอิสระ แบคทีเรียผ่านเข้ามาในร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้นถ้าภูมิ คุ้มกันอ่อนแอเซลล์เม็ดเลือดขาวมีศักยภาพต่ำลงหรือน้อยลงก็มีโอกาสเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย</p>
<p>อาหารที่เลือกรับประทานจึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทำให้มีศักยภาพทำงานได้อย่างเต็มที่และอาหารเหล่านี้มีอยู่ใน พืชผักสมุนไพร ที่ใกล้ชิดคุ้นเคย แต่อาจมองข้ามกันไป</p>
<p>“อาหารที่ช่วยเสริมภูมิ คุ้มกันป้องกันการติดเชื้อไวรัสทั่วไปที่มีการศึกษาวิจัย ในส่วนของอาหารสมุนไพรจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นองค์ประกอบอยู่ในอาหารไทยอยู่มากซึ่งก็จะมี กระเทียม หอมแดง ขิง ขมิ้นชัน กะเพรา สะเดา พริกไทย ฯลฯ” </p>
<p>ถ้าแยกเป็นชนิดอย่าง กระเทียม จะเห็นได้ว่ามีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพเซลล์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการทานกระเทียมสกัดหรือว่ากระเทียมสับ ตำปรุงอยู่ในอาหารหลากหลาย เมนูก็จะไปช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวทำลายสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส แบคทีเรีย </p>
<p>ขิง พืชอาหารอีกชนิดที่รู้จักกันดีอีกทั้งยังมีการศึกษาวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการต่างประเทศซึ่งสารสำคัญในพืชชนิดนี้มีผลยับยั้งหยุดการเจริญของเชื้อไวรัส โดยในตำรายาจีนมีการพูดถึงนำมาใช้ยาวนาน ผักอีกชนิดที่รับประทานกันอยู่บ่อยครั้งโดยที่สามารถช่วยป้องกันเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย อย่างผักใบ ประเภท กะเพรา สะเดา ก็พบว่ามีสารช่วยต่อต้านไวรัส นอกจากนี้ ยังมี โหระพา รักษาอาการไข้ที่มีสาเหตุจากหวัดและไข้หวัดใหญ่ ตามตำรายาแผนโบราณ พริกไทยซึ่งไม่เพียงเพิ่มรสชาติอาหารแต่ยังมีคุณประโยชน์ มีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพืชผัก ภูมิปัญญาไทยที่ปรากฏในอาหารที่รับประทานกันและ ในการรับประทานเมื่ออยู่ในรูปของอาหารนั้นมีความปลอดภัยต่อการบริโภค</p>
<p>“การบริโภคอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปแน่นอนว่าย่อมไม่เกิดผลดีก่อเกิดโทษต่อร่างกายได้ สารบางอย่างถ้าสกัดเป็นตัวเดี่ยว หากทานในปริมาณมากก็อาจทำหน้าที่เหมือนอนุมูลอิสระก็จะไปทำลายเซลล์ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง การทานอาหารที่มีความหลากหลายประกอบด้วยพืชผักหลายชนิดสารสำคัญจะออกฤทธิ์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน”</p>
<p>การรับประทานอาหารไม่ซ้ำในประเภทใดประเภทหนึ่งจึงมีส่วนสำคัญต่อการช่วยดูแลสุขภาพ อีกทั้งในพืชสมุนไพรหลักที่กล่าวมามีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ การเลือกนำมาบริโภคสามารถทำได้มากมายทั้งในประเภท แกงเผ็ด ต้มโคล้ง ต้มยำ ผัด กระทั่งในอาหารประเภทน้ำพริกซึ่งมีผักอยู่หลากชนิด ฯลฯ สำรับอาหารไทยจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าช่วยป้องกัน โรคหลีกไกลความเจ็บป่วยได้</p>
<p>“อาหารไทยโดยมากจะมี ขมิ้น หอม กระเทียม ฯลฯ เป็นองค์ประกอบหลักเป็นเครื่องแกงต่าง ๆ อย่างถ้าเป็นผักใบอย่างกะเพราที่นำมารับประทานก็ใช่ว่าจะทานเดี่ยว มีพืชผักชนิดอื่นร่วมอยู่ด้วยทั้งพริก  กระเทียมซึ่งต่างก็มีสารสำคัญมีความหลากหลายในมื้ออาหารและ นอกจากรับประทานในรูปของอาหารผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินยังนำมาทำเป็นเครื่องดื่มก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยป้องกันเสริมสร้างสุขภาพ โดยทั่วไปเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ทราบกันแต่ก็มักมองข้าม แต่ในคุณค่าคุณประโยชน์ของพืชผักอาหารใกล้ตัวเหล่านี้ที่มีความหมายต่อสุขภาพตะวันตกนั้นให้ความสนใจในสิ่งนี้เพิ่มขึ้น” </p>
<p>การทานอาหารที่อุดมด้วยผักหลากหลายชนิด อาจารย์ท่านเดิมยังให้มุมมองอีกว่า ผักหลายชนิดมีสารสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ การทานผักที่หลากหลายมีส่วนช่วยป้องกันเสริมสร้างสุขภาพทำให้ระบบร่างกายดีขึ้น โรคหัวใจ ความดัน หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ฯลฯ ก็จะไม่ถามหา ส่วนความเป็นห่วงที่อยากฝากเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง การรับประทานอาหารร่วมกันควรใช้ช้อนกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อการแพร่ระบาด</p>
<p>ขณะที่อาหารเป็นยาในความหมายดังกล่าวจึงเป็นการป้องกัน ไม่ได้หมายถึงการรักษา การรับประทานอาหารหลากหลายมีประโยชน์ครบคุณค่าเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกายพักผ่อนอย่างเพียงพอ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพ รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างเสริมให้ร่างกายแข็งแรง </p>
<p>แต่ยังเป็นอีกทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพป้องกันเตรียมพร้อมไกลห่างจากความเจ็บป่วยการแพร่ระบาดของหวัดร้ายเวลานี้อีกด้วย.</p>
<p>พงษ์พรรณ  บุญเลิศ<br />
<img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2009/07/dailynews-150x88.gif" alt="dailynews" title="dailynews" width="150" height="88" class="alignnone size-thumbnail wp-image-94" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกกุ้งสด-กุ้งกรอบ</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 07:59:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[การทำน้ำพริกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกกะปิ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกกุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกตาแดง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกนรก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกปลาร้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกมะขามสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกลงเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกอ่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผากุ้งสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกโจร]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบในการทำน้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[“น้ำพริก” เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม รับประทานคู่กับผักนานาชนิดที่มีประโยชน์ เป็นเมนูคู่สำรับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารบ่งบอกความเป็นไทยได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในแต่ละภาคจะมีน้ำพริกประจำถิ่นที่รสชาติไม่เหมือนกัน เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกโจร น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ฯลฯ และยุคนี้น้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ด้วย
น้ำพริกกุ้ง เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือก ของ แม่จินดา วัฒนพงศ์พรชัย เจ้าของสูตรฮ่อยจ๊อแม่จินดาชื่อดังใน จ.เพชรบุรี แม่จินดาเล่าให้ฟังว่า เพื่อเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเธอจึงคิดเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วมาแปรรูปให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เมื่อมองสำรับกับข้าวที่วางอยู่ก็เกิดปิ๊งไอเดียน้ำพริกขึ้นมา คือ “น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” และ “น้ำพริกเผากุ้งสุด” ที่ใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น
“เพราะน้ำพริกเป็นกับข้าวหลักพื้นฐาน และเป็นศูนย์กลางของกับข้าวอื่น ๆ รสชาติหลักของน้ำพริกต้องเผ็ด และเค็ม แต่คนส่วนมากมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยว รสหวานลงไป เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมยิ่งขึ้น” แม่จินดากล่าว
แล้วได้บอกถึงการทำน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบว่า จุดเด่นของน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบอยู่ตรงที่ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย วัตถุดิบมีคุณภาพ สะอาด เก็บรักษาไว้ได้นาน
ส่วนผสม/วัตถุดิบ : “น้ำพริกเผากุ้งสด” ก็มี&#8230; กระเทียมเจียว 1 กิโลกรัม, หอมเจียว 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“<strong>น้ำพริก</strong>” เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม รับประทานคู่กับผักนานาชนิดที่มีประโยชน์ เป็นเมนูคู่สำรับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารบ่งบอกความเป็นไทยได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในแต่ละภาคจะมีน้ำพริกประจำถิ่นที่รสชาติไม่เหมือนกัน เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกโจร น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ฯลฯ และยุคนี้น้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ด้วย</p>
<p><strong>น้ำพริกกุ้ง</strong> เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือก ของ แม่จินดา วัฒนพงศ์พรชัย เจ้าของสูตรฮ่อยจ๊อแม่จินดาชื่อดังใน จ.เพชรบุรี แม่จินดาเล่าให้ฟังว่า เพื่อเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเธอจึงคิดเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วมาแปรรูปให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เมื่อมองสำรับกับข้าวที่วางอยู่ก็เกิดปิ๊งไอเดียน้ำพริกขึ้นมา คือ <strong>“น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” และ “น้ำพริกเผากุ้งสุด”</strong> ที่ใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น</p>
<p>“เพราะน้ำพริกเป็นกับข้าวหลักพื้นฐาน และเป็นศูนย์กลางของกับข้าวอื่น ๆ รสชาติหลักของน้ำพริกต้องเผ็ด และเค็ม แต่คนส่วนมากมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยว รสหวานลงไป เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมยิ่งขึ้น” แม่จินดากล่าว</p>
<p>แล้วได้บอกถึงการทำน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบว่า จุดเด่นของน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบอยู่ตรงที่ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย วัตถุดิบมีคุณภาพ สะอาด เก็บรักษาไว้ได้นาน</p>
<p>ส่วนผสม/วัตถุดิบ : “<strong>น้ำพริกเผากุ้งสด</strong>” ก็มี&#8230; กระเทียมเจียว 1 กิโลกรัม, หอมเจียว 2 กิโลกรัม, พริกแห้งเม็ดใหญ่ล้างน้ำสะอาดผึ่งลมเด็ดก้าน 2 ขีด (200 กรัม), น้ำตาลปีบ 1 กิโลกรัม, เกลือป่น 1 ถุงเล็ก, กุ้งสด 1 กิโลกรัม, น้ำมะขาม 8 ขีด (800กรัม) และน้ำมันพืช</p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้ เครื่องปั่น, เตาแก๊ส, ตะหลิว, กระทะ, เขียง, กะละมัง, มีด, ถาด, ไม้พาย ฯลฯ</p>
<p>ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผากุ้งสด&#8221; เริ่มจากนำกุ้งมาล้างและแกะเปลือก แล้วทำการสับกุ้งให้ละเอียด ผัดรวนให้แห้ง พักไว้ แล้วนำพริกแห้งลงทอดด้วยไฟอ่อน ตามด้วยกระเทียมซอย หอมแดงซอย โดยแยกทอด พอสุกเหลือง ตักใส่ภาชนะเตรียมไว้</p>
<p>จากนั้นนำพริกทอดโขลกให้ละเอียด พอเริ่มละเอียดใส่เนื้อกุ้งที่รวนไว้โขลกต่อให้ผสมเข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอเริ่มร้อนนำส่วนผสมของพริกและกุ้งลงไปผัดก่อน ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขาม และเกลือ ใช้ไฟอ่อนผัดต่อไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมมีกลิ่นหอม และแห้งได้ที่ จากนั้นใส่หอม กระเทียมเจียว ลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน</p>
<p>น้ำพริกที่ได้จะมีรสชาติ 3 รสคือ เปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดปานกลาง เสิร์ฟพร้อมกับปลาทอด หรือ กินกับขนมปังก็อร่อยมาก<br />
ราคาขายขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 200 บาท ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานหลายวัน เก็บในตู้เย็นจะไม่เป็นไข แม้จะใส่ในช่องแช่แข็งก็ตาม</p>
<p>ต่อไป “<strong>น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ</strong>” ส่วนผสมที่ใช้มี กุ้งแห้งอย่างดี 1 กิโลกรัม, หัวหอมเจียว 3 กิโลกรัม, กระเทียมเจียว 3 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม, เกลือ, ผงปรุงรส, พริกแห้งป่น</p>
<p>ขั้นตอนการทำ นำกระเทียมซอย หอมแดงซอย เจียวพอสุกเหลือง พักให้สะเด็ดน้ำมัน</p>
<p>ขั้นต่อไปทำการปั่นกุ้งแห้งให้ละเอียด ยกลง พักไว้ ปั่นหอมแดงเจียว กระเทียมเจียว พอแหลก พักไว้</p>
<p>นำกุ้งแห้งลงผัดน้ำมัน ใช้ไฟอ่อน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และพริก ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำหอม-กระเทียมเจียวปั่นตามลงไป ผัดไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-25 นาที จนส่วนผสมแห้งและคลุกเคล้าเข้ากันจนทั่ว เป็นอันใช้ได้</p>
<p>ราคาขายก็ขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 400 บาท สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็นเพราะผัดจนแห้ง</p>
<p>“ลูกค้ามักซื้อน้ำพริกไปเป็นของฝากญาติพี่น้อง และไปถึงต่างประเทศเลยทีเดียว โดยมากจะซื้อคู่กัน คือน้ำพริกเผากุ้งสด และน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” แม่จินดาบอก</p>
<p>ใครสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือสั่งซื้อน้ำพริกเจ้านี้ ติดต่อได้ที่ โทร.0-3258-1050 , 08-4944-4728 ถ้าสมุทรปราการ โทร.08-1854-9271 ถ้าระยอง โทร.08-5392-4555 ส่วนใครสนใจจะมี “ช่องทางทำกิน” จาก “<strong>น้ำพริก</strong>” บ้าง ก็ฝึกฝีมือกันเลย และก็อย่ามองข้าม “กุ้ง” ที่เป็นอีกวัตถุดิบขายดีสำหรับน้ำพริก</p>
<p><strong>คู่มือลงทุน น้ำพริกกุ้งสด-กุ้งกรอบ</strong><br />
ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำขาย<br />
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 65% ของราคา<br />
รายได้ ขีดละ 20 / กก.ละ 200 บาท<br />
แรงงาน 1 คนขึ้นไป<br />
ตลาด ย่านอาหาร, ร้านของฝาก<br />
จุดน่าสนใจ เป็นสินค้าที่มีลูกค้ากลุ่มใหญ่</p>
<p><em>เชาวลี ชุมขำ / ขนิษฐา ผุดผาด :รายงาน<br />
จเร รัตนราตรี :ภาพ</em><br />
<img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2009/07/dailynews-150x88.gif" alt="ข่าว น้ำพริก ที่ dailynews" title="dailynews" width="150" height="88" class="alignnone size-thumbnail wp-image-94" /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกกับผักเคียง</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 07:46:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=86</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2009/04/numpik09-150x150.jpg" alt="alt="ผักเคียง" title="น้ำพริก กับ ผักเคียง" /><br />
<em>น้ำพริกกับผักเคียง ช่วยเลี่ยงได้หลายโรค</em></p>
<p>พูดถึง “<strong>น้ำพริก</strong>” คนไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี แม้ว่าแต่ละภาคอาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ภาคใต้เรียก “น้ำชุบ” ภาคอีสาน มี “ป่น” “แจ่ว” แต่ ไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันแค่ ไหน ส่วนประกอบหลักๆ ของน้ำพริกมีคล้ายคลึงกัน แถมยังต้องกินกับผักเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการและป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้ด้วย</p>
<p>สมุนไพรที่อยู่ในถ้วยน้ำพริกนั้น ประกอบด้วย พริก กระเทียม และหอมแดง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีสรรพคุณป้องกันได้หลายแบบ เอกสารเผยแพร่ของศูนย์ประสานงาน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลสมุนไพรแต่ละตัวไว้ว่า</p>
<p>พริก มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร ขับลม แก้หวัด แก้ภูมิแพ้ งานวิจัยพบว่าในพริกมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง</p>
<p>กระเทียม มีสาร “อัลลิซิน” กลิ่นฉุน มีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด</p>
<p>หอมแดง มีสาร “เคอร์ซิทิน” ช่วยทำความสะอาดเส้นเลือด ป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดอุดตัน</p>
<p>นอกจากนี้ สมุนไพรที่เป็น เครื่องเคียงกินกับน้ำพริก เช่น สายบัว บัวบก ผักกะเฉด ผักกูด ผักหนาม ยังมีสารประกอบที่ฝรั่งเรียกว่า “ไฟโตเคมีคอลล์” มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคร้ายต่างๆ เช่น คลอโรฟิลล์ ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ เมื่ออยู่ในผักจะออกฤทธิ์ช่วยกันเสริมสร้างร่างกายให้ แข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันและต่อต้านอนุมูลอิสระ</p>
<p>ในผักยังมีเส้นใยอาหาร หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์นั้น ก็ยังมีประโยชน์อีก นั่นคือเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่</p>
<p>ทั้งหมดที่ว่ามาแสดงว่าสมุนไพรในหนึ่งถ้วยน้ำพริกนั้นมีประโยชน์ต่อ สุขภาพเหลือหลาย นอกจากความแซบอันเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป แล้วอย่างนี้จะทิ้งน้ำพริกไปหาอาหารฝรั่งกันได้ลงคอเชียวหรือ.</p>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-87" title="thairath" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2009/04/thairath-150x76.gif" alt="thairath" width="150" height="76" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 00:52:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[
น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “น้ำพริก” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 
นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์  ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา
ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก  จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://ads.dailynews.co.th/column/images/2009/chongtangtamkin/2/1/69248_64519.jpg" alt="น้ำพริกเผารำข้าวสกัด" /><br />
<em>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด</em></p>
<p>“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “<strong>น้ำพริก</strong>” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล </p>
<p>นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์  ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา</p>
<p>ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก  จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ คิดขึ้นไว้ก่อนหน้ามาต่อยอด โดยส่วนประกอบเด่นคือรำข้าวสกัดน้ำมัน รำข้าวที่ผ่านกรรมวิธีการสกัดน้ำมัน ซึ่งรำข้าวสกัดน้ำมันจะประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามิน และเส้นใยอาหารสูง  ปัจจุบันมีการใช้เป็นอาหารของสัตว์ แต่รำข้าวสกัดน้ำมันจากโรงงานน้ำมันพืชซึ่งนำมาใช้ทำน้ำพริกเผานี้ มีคุณภาพที่สามารถใช้บริโภคเป็นอาหารได้</p>
<p>ด้านสามสาวผู้คิดเมนูบอกว่า น้ำพริกเผารำข้าวสกัดมีต้นทุนการผลิตต่ำ ผู้บริโภคจะได้เส้นใยอาหารมากกว่าการบริโภคน้ำพริกที่วางจำหน่ายทั่ว ๆ ไป ในการทำน้ำพริกนี้ได้ใช้น้ำมันรำข้าวสกัด   ซึ่งจะมี “สารโอรีซานอล” ที่เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล สามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าและมีประสิทธิ    ภาพมากกว่าวิตามินอีทุกชนิด  ช่วย ต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจตีบ</p>
<p>ส่วนผสม/วัตถุดิบ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ตามสูตรก็ประกอบด้วย&#8230; รำข้าวสกัด 3 ช้อนโต๊ะ, พริกชี้ฟ้าแห้ง 2 ถ้วยตวง, หอมแดง 1 1/2 ถ้วยตวง, กระเทียม 1 1/4 ถ้วยตวง, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วยตวง, กะปิเผา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ, มะขามเปียก 3/4 ถ้วยตวง, น้ำปลา 1 ถ้วยตวง, น้ำมันรำข้าว 1 1/4 ถ้วยตวง</p>
<p>วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหลัก ๆ ก็มี&#8230;เตาแก๊ส, กระทะ, ตะหลิว, ภาชนะตวงของต่าง ๆ, มีด, เขียง, กระชอน, กะละมัง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยได้จากในครัวเรือน</p>
<p>ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากนำเอาพริกชี้ฟ้าแห้ง หรือพริกแห้งเม็ดใหญ่มาผ่าเอาเม็ดออก แล้วล้างน้ำ จากนั้นผึ่งแดดให้แห้ง </p>
<p>ทำการปอกเปลือกหอมแดง กระเทียม หั่นซอยเป็นแว่น ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นปั่นให้ละเอียด โดยนำพริกแห้งที่ผึ่งแดดมาปั่นให้ละเอียดด้วย</p>
<p>ผสมทั้ง 3 อย่างปั่นให้เข้า กันจนละเอียด แล้วพักไว้</p>
<p> นำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ใส่กระทะ เปิดไฟปานกลาง คลุกเคล้าให้เข้ากัน เคี่ยวจนละลาย พอน้ำตาลปี๊บละลายแล้วก็นำเครื่องปรุงที่ปั่นเตรียมไว้ใส่ลงไป หลังจากนั้นเคี่ยวต่อสักครู่ พอเข้ากันแล้วก็นำกะปิเผาใส่ลงไปคนจนละลาย ใส่กุ้งแห้งป่น และรำข้าว ผัดจนหอม</p>
<p>สุดท้ายใส่น้ำมันรำข้าว ผัดให้พอเดือด ก็เป็นอันเสร็จกรรมวิธีการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ซึ่งสูตรข้างต้นสามารถทำได้ประมาณ 10 กระปุกย่อม ๆ ขายได้ในราคากระปุกละ 25 บาท ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 14 บาท</p>
<p>น้ำพริกเผารำข้าวสกัดนี้ สามารถนำขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัว และอาจจะทำออร์เดิร์ฟที่ใช้น้ำพริกโรยหน้า ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นความแปลกใหม่และสร้างสีสันบนโต๊ะอาหาร โดยน้ำพริกเผาที่ทำนี้ปราศจากสารกันบูด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์</p>
<p>ทางทีมงานที่ทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” บอกด้วยว่า สูตรการทำนี้หากไม่มีการขยายต่อก็จะไม่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ดังนั้นจึงนำสูตรมาเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่าน ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้มีการพัฒนาเป็น “ช่องทางทำกิน” ของคนไทยต่อไป ซึ่งหากใครสนใจผลิตภัณฑ์นี้ก็ติดต่อสอบถามได้ โทร. 08-4322-1082, 08-3434-2616 หรือที่สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เว็บไซต์ www.rmutt.ac.th.</p>
<p>เชาวลี ชุมขำ/ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน : รายงาน<br />
จเร รัตนราตรี : ภาพ<br />
<img src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="ข่าวน้ำพริก ที่เดลินิวส์" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมตำน้ำพริก 4 ชนิดจากมืออาชีพ!</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-4-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-4-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Feb 2009 03:54:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด และศูนย์ศึกษาและวิจัยตราสินค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ปทุมธานี
จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “เทคนิคการนำเสนอผลงานอย่างมืออาชีพ” หรือ &#8220;เวิร์คช็อปโอท็อป&#8221; โดยมี
อ. ตรรกะ เทศศิริ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอสไตน์ จำกัด เป็นวิทยากร ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดปทุมธานี จ.ปทุมธานี สนใจร่วมฝึกอบรมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณศุจิมา แวววิริยะ โทร.08-1905-7896 และคุณถนอมศรี พิรานุศิษฐ์ โทร.08-1206-6659
ใน ส่วนของ &#8220;คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ&#8221; สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนแห่งความรักนี้ยังมีอบรมรวม 5 หลักสูตร เริ่มด้วยเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ &#8220;ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไม่ใส่ผงชูรส&#8221; โดยคุณ อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ริมถนนหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กทม. ต่อด้วย &#8220;น้ำพริก 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด และศูนย์ศึกษาและวิจัยตราสินค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ปทุมธานี</p>
<p>จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “เทคนิคการนำเสนอผลงานอย่างมืออาชีพ” หรือ &#8220;เวิร์คช็อปโอท็อป&#8221; โดยมี</p>
<p>อ. ตรรกะ เทศศิริ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอสไตน์ จำกัด เป็นวิทยากร ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดปทุมธานี จ.ปทุมธานี สนใจร่วมฝึกอบรมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณศุจิมา แวววิริยะ โทร.08-1905-7896 และคุณถนอมศรี พิรานุศิษฐ์ โทร.08-1206-6659</p>
<p>ใน ส่วนของ &#8220;คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ&#8221; สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนแห่งความรักนี้ยังมีอบรมรวม 5 หลักสูตร เริ่มด้วยเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ &#8220;ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไม่ใส่ผงชูรส&#8221; โดยคุณ อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ริมถนนหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กทม. ต่อด้วย <strong>&#8220;น้ำพริก 4 อย่าง (น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกไข่เค็ม น้ำพริกนรกกุ้ง น้ำพริกกุ้งเสียบ)&#8221; โดย คุณธนมน เชิงบำรุง เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำพริกสายฝนเมืองย่าโม</strong> และ ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์เพื่อธุรกิจ-แบบประหยัด (โรงเรือน-กล่องโฟมทำเอง) โดยคุณอรรถพร สุขบุญสันต์ เจ้าของสวนแม่บัวหลวงไฮโดรโพนิกส์ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา (นอกสถานที่ 1,605 บาท) ส่วนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ หลักสูตร &#8220;กล้วย/มัน/เผือกทอด พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด&#8221; ร้านเจ้าเก่าปากทางเข้าหมู่บ้านสัมมากร โดยคุณกาญจนา มณีขาว และ &#8220;หมูสะเต๊ะและหมูย่าง พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด&#8221; โดยคุณศรันยา มีชำนาญ เจ้าของครัวอรทัย ถ.รามอินทรา (กม.2) สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2338-3356 และ 0-2338-3357</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-4-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชื้อราในน้ำพริกเผา และน้ำพริกแกงเผ็ด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2008 02:46:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกแกงเผ็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[
คนไทยชอบอาหารรสจัด สังเกตได้จากทุกสำรับกับข้าว มักมีอาหารประเภทน้ำพริก และแกงเผ็ดชนิดต่างๆรวมอยู่ด้วย
การกินอาหารรสจัดจะทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้เยอะมากขึ้น
เดี๋ยวนี้กรรมวิธีการทำน้ำพริกเผา หรือพริกแกงชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเวลาจะกินแกงเผ็ดแต่ละทีต้องมานั่งตำน้ำพริกแกงกัน แต่ตอนนี้แค่ออกจากบ้านไปซื้อน้ำพริกแกงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมาแกงก็ไม่ยุ่งยาก
แต่&#8230;คุณเคยสังเกตมั้ยว่า น้ำพริกแกงที่เห็นตามตลาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกแกงเผ็ด พริกแกงส้ม พริกแกงพะแนง พริกแกงมัสมั่น หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง กองเป็นภูเขาในกะละมังใบใหญ่
ทำครั้งละเยอะๆเวลาขายไม่หมดก็นำผ้ามาคลุมไว้ขายใหม่ อีกครั้งวันหลัง
เราคนซื้อก็ไม่ได้ไปนั่งมองว่า มันมีเชื้อโรค เชื้อรา และสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่
แต่ถ้าคนทำมั่นใจว่า มีการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือภาชนะที่ใช้ในทุกขั้นตอนการปรุงก็สบายใจได้
ดังผลทดสอบที่สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผา จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า มาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อรา
ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนใดๆ ทั้งจากน้ำพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผาในทุกตัวอย่าง แสดงว่าวันนี้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคตาดำๆมากขึ้น!!!
ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18546 วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2551
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/2551/agriculture06/Oct/library/31/food.jpg" alt="ผลวิเคราะห์เชื้อราในน้ำพริก" /></p>
<p><em>คนไทยชอบอาหารรสจัด สังเกตได้จากทุกสำรับกับข้าว มักมีอาหารประเภทน้ำพริก และแกงเผ็ดชนิดต่างๆรวมอยู่ด้วย</em></p>
<p>การกินอาหารรสจัดจะทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้เยอะมากขึ้น</p>
<p>เดี๋ยวนี้กรรมวิธีการทำน้ำพริกเผา หรือพริกแกงชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเวลาจะกินแกงเผ็ดแต่ละทีต้องมานั่งตำน้ำพริกแกงกัน แต่ตอนนี้แค่ออกจากบ้านไปซื้อน้ำพริกแกงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมาแกงก็ไม่ยุ่งยาก</p>
<p>แต่&#8230;คุณเคยสังเกตมั้ยว่า น้ำพริกแกงที่เห็นตามตลาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกแกงเผ็ด พริกแกงส้ม พริกแกงพะแนง พริกแกงมัสมั่น หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง กองเป็นภูเขาในกะละมังใบใหญ่</p>
<p>ทำครั้งละเยอะๆเวลาขายไม่หมดก็นำผ้ามาคลุมไว้ขายใหม่ อีกครั้งวันหลัง</p>
<p>เราคนซื้อก็ไม่ได้ไปนั่งมองว่า มันมีเชื้อโรค เชื้อรา และสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่</p>
<p>แต่ถ้าคนทำมั่นใจว่า มีการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือภาชนะที่ใช้ในทุกขั้นตอนการปรุงก็สบายใจได้</p>
<p>ดังผลทดสอบที่สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผา จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า มาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อรา</p>
<p>ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนใดๆ ทั้งจากน้ำพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผาในทุกตัวอย่าง แสดงว่าวันนี้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคตาดำๆมากขึ้น!!!</p>
<p><em>ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18546 วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2551</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ห่อหมกมะพร้าวอ่อน</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 04:45:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำห่อหมก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกห่อหมก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[
ส่วนผสมห่อหมกมะพร้าวอ่อน: ปลาช่อนแล่เป็นชิ้นบาง ๆ 200 กรัม, เนื้อปลากราย 100 กรัม, กะทิ 1 ถ้วยตวง, น้ำพริกห่อหมก 1/4 ถ้วยตวง, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, ไข่ 1 ฟอง, ผักชี, พริกชี้ฟ้า, ใบยอ, ผักกาดขาว, ใบโหระพา, กะทิสำหรับราดหน้า และ มะพร้าวอ่อน
วิธีการทำห่อหมกมะพร้าวอ่อน:
1. ผสมเนื้อปลากราย ปลาช่อน กะทิ น้ำพริกห่อหมก คนให้เข้ากันจนกระทั่งข้นเหนียว ปรุงรสด้วยน้ำปลา
2. ตักส่วนผสมข้อ 1 ใส่ในมะพร้าวอ่อน ที่รองด้วยผัก พอเต็ม
3. นำไปนึ่งจนกระทั่งสุกราดด้วยกะทิ แต่งด้วยผักชี พริกแดง
ลักษณะอาหารที่ได้: สีส้มอ่อน บรรจุในผลมะพร้าวอ่อน รสชาติ เผ็ด เค็ม หวานหอมกลิ่นมะพร้าว
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/10/thaifood-20.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-63" title="ห่อหมกมะพร้าวอ่อน" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/10/thaifood-20-295x300.jpg" alt="" width="295" height="300" /></a></p>
<p><strong>ส่วนผสมห่อหมกมะพร้าวอ่อน</strong>: ปลาช่อนแล่เป็นชิ้นบาง ๆ 200 กรัม, เนื้อปลากราย 100 กรัม, กะทิ 1 ถ้วยตวง, น้ำพริกห่อหมก 1/4 ถ้วยตวง, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, ไข่ 1 ฟอง, ผักชี, พริกชี้ฟ้า, ใบยอ, ผักกาดขาว, ใบโหระพา, กะทิสำหรับราดหน้า และ มะพร้าวอ่อน</p>
<p><strong>วิธีการทำห่อหมกมะพร้าวอ่อน</strong>:<br />
1. ผสมเนื้อปลากราย ปลาช่อน กะทิ น้ำพริกห่อหมก คนให้เข้ากันจนกระทั่งข้นเหนียว ปรุงรสด้วยน้ำปลา<br />
2. ตักส่วนผสมข้อ 1 ใส่ในมะพร้าวอ่อน ที่รองด้วยผัก พอเต็ม<br />
3. นำไปนึ่งจนกระทั่งสุกราดด้วยกะทิ แต่งด้วยผักชี พริกแดง</p>
<p><strong>ลักษณะอาหารที่ได้:</strong> <em>สีส้มอ่อน บรรจุในผลมะพร้าวอ่อน รสชาติ เผ็ด เค็ม หวานหอมกลิ่นมะพร้าว</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำกิมจิ</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2008 09:25:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การถนอมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กิมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=59</guid>
		<description><![CDATA[
ส่วนผสมกิมจิ: ผักกาดขาว 2 หัว, เกลือป่น, น้ำเปล่า 20 ลิตร, พริกชี้ฟ้าแดง 100 กรัม, ขิงอ่อน 20 กรัม, กระเทียม 10 กรัม, ต้นหอม 100 กรัม, น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำกิมจิ
1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด ผ่าครึ่ง
2. ผสมน้ำเปล่า เกลือป่น 40 กรัม ให้เป็นน้ำเกลือ ชิมรสให้ออกเค็มเล็กน้อย
3. นำผักกาดขาวที่ผ่าครึ่งไว้มาแช่น้ำเกลือนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงจนผักสลดจึงนำขึ้น
4. โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กระเทียม ขิง ให้ละเอียด ปรุงรสด้วย เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู
5. หั่นต้นหอมเป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว และหั่นผักกาดขาวที่แช่น้ำเกลือไว้เป็นชิ้นพอคำ
6. ผสมต้นหอม ผักกาดขาวและน้ำที่ได้ในข้อที่ 4 หมักทิ้งไว้อย่างน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/09/gimchi.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-60" title="กิมจิ" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/09/gimchi-300x276.jpg" alt="ภาพกิมจิ" width="300" height="276" /></a></p>
<p><strong>ส่วนผสมกิมจิ:</strong> ผักกาดขาว 2 หัว, เกลือป่น, น้ำเปล่า 20 ลิตร, พริกชี้ฟ้าแดง 100 กรัม, ขิงอ่อน 20 กรัม, กระเทียม 10 กรัม, ต้นหอม 100 กรัม, น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><strong>วิธีทำกิมจิ</strong></p>
<p>1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด ผ่าครึ่ง<br />
2. ผสมน้ำเปล่า เกลือป่น 40 กรัม ให้เป็นน้ำเกลือ ชิมรสให้ออกเค็มเล็กน้อย<br />
3. นำผักกาดขาวที่ผ่าครึ่งไว้มาแช่น้ำเกลือนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงจนผักสลดจึงนำขึ้น<br />
4. โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กระเทียม ขิง ให้ละเอียด ปรุงรสด้วย เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู<br />
5. หั่นต้นหอมเป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว และหั่นผักกาดขาวที่แช่น้ำเกลือไว้เป็นชิ้นพอคำ<br />
6. ผสมต้นหอม ผักกาดขาวและน้ำที่ได้ในข้อที่ 4 หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน</p>
<p><strong>หมายเหตุ:</strong> หากเป็นสูตรต้นตำรับจะใช้วิธีการหมักที่นานขึ้นประมาณ 3 สัปดาห์และไม่ต้องใส่น้ำส้มสายชู และสามารถใส่ขิงอ่อนหั่นฝอยได้หากชอบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคและการเลือกวัตถุดิบเพื่อทำน้ำพริกแกง</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jul 2008 04:03:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[แกงพะแนง]]></category>
		<category><![CDATA[แกงมัสมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเขียวหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเผ็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[
น้ำพริกแกง หรือ เครื่องแกง หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มีพริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน: 2538) น้ำพริกแกง เป็นส่วนผสมที่สำคัญในแกงไทยหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงบอน แกงคั่ว แกงมัสมั่น แกงไตปลา แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ในแกงแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวน ปริมาณ หรือเครื่องเทศบางชนิด ซึ่งทำให้แกงแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีหลักในการเลือกและการเตรียมดังต่อไปนี้
1. พริก พริกที่ใช้ในการโขลกน้ำพริกแกงใช้ได้ทั้งพริกสดและแห้ง ถ้าต้องการเผ็ดมากจะใช้พวกพริกขี้หนู เผ็ดน้อยใช้พริกชี้ฟ้า
- พริกสด เลือกเม็ดแก่ สดใหม่ ไม่มีรอยเน่า ไม่มีแมลงกัดแทะ ล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง หั่นเป็นชิ้น
- พริกแห้ง เลือกที่ไม่เป็นรา สีแดงเข้ม เมื่อโขลกแล้วจะได้เครื่องแกงที่สีแดงสวย ผ่าแกะไส้ในและเมล็ดออก หั่นแช่น้ำให้นิ่ม ไม่ควรใช้น้ำร้อนจะทำให้สีและรสเผ็ดของพริกละลายไปกับน้ำ ก่อนโขลกบีบเอาน้ำออกให้หมด
2. หอมแกง เลือกที่สุด ไม่เน่า ปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpik1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="numpik1" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpik1-300x224.jpg" alt="วัตถุดิบ น้ำพริกแกง" width="300" height="224" /></a></p>
<p><strong>น้ำพริกแกง หรือ เครื่องแกง</strong> หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มีพริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน: 2538) น้ำพริกแกง เป็นส่วนผสมที่สำคัญในแกงไทยหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงบอน แกงคั่ว แกงมัสมั่น แกงไตปลา แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ในแกงแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวน ปริมาณ หรือเครื่องเทศบางชนิด ซึ่งทำให้แกงแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีหลักในการเลือกและการเตรียมดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. พริก</strong> พริกที่ใช้ในการโขลกน้ำพริกแกงใช้ได้ทั้งพริกสดและแห้ง ถ้าต้องการเผ็ดมากจะใช้พวกพริกขี้หนู เผ็ดน้อยใช้พริกชี้ฟ้า<br />
- พริกสด เลือกเม็ดแก่ สดใหม่ ไม่มีรอยเน่า ไม่มีแมลงกัดแทะ ล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง หั่นเป็นชิ้น<br />
- พริกแห้ง เลือกที่ไม่เป็นรา สีแดงเข้ม เมื่อโขลกแล้วจะได้เครื่องแกงที่สีแดงสวย ผ่าแกะไส้ในและเมล็ดออก หั่นแช่น้ำให้นิ่ม ไม่ควรใช้น้ำร้อนจะทำให้สีและรสเผ็ดของพริกละลายไปกับน้ำ ก่อนโขลกบีบเอาน้ำออกให้หมด</p>
<p><strong>2. หอมแกง</strong> เลือกที่สุด ไม่เน่า ปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นให้ชิ้นเล็กจะได้โขลกได้ง่ายขึ้น การเรียกชื่อมักเรียกผิดว่า “หอมแดง” ซึ่งในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นชื่อไม้ล้มลุก มีหัวชนิดหนึ่ง <em>Eleutherine bulbosa. (Mill) Urb.</em> ในวงศ์ Iridaceae ใบแบนคล้ายใบหมากแรกเกิด ดอกสีขาว หัวสีแดงเข้ม รสเผ็ดซ่า ใช้ทำยาได้</p>
<p><strong>3. กระเทียม</strong> เลือกที่สด ไม่ฝ่อ ปอกเปลือกล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้าหัวใหญ่ให้หั่นจะโขลกง่าย</p>
<p><strong>4. กระชาย</strong> เลือกรากอ้วน ๆ สด ล้างน้ำ ขูดผิวออก หั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>5. ข่า</strong> เลือกข่าแก่ในการทำเครื่องแกง ขูดรอยใบออก ล้างน้ำหั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>6. ขิง</strong> เลือกขิงแก่ เตรียมเช่นเดียวกันกับกระชาย</p>
<p><strong>7. ขมิ้น</strong> นิยมใช้ขมิ้นชันและขมิ้นอ้อย ขมิ้นชันจะมีสีเหลืองเข้มและกลิ่นฉุนกว่าขมิ้นอ้อย แต่มีขนาดเล็กกว่า แต่ในเครื่องแกงไทยนิยมใส่ขมิ้นอ้อยเพราะกลิ่นไม่แรง ส่วนขมิ้นชันจะใช้ในเครื่องแกงพะโล้ ปอกเปลือกก่อนโขลก</p>
<p><strong>8. มะกรูด</strong> จะใช้ผิวในการโขลกเครื่องแกง ใช้มีดคม ๆ ฝานเอาเฉพาะผิวสีเขียว อย่าให้ติดผิวสีขาว หั่นบาง</p>
<p><strong>9. ตะไคร้</strong> ใช้ส่วนลำต้น ล้างให้สะอาด หั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>10. รากผักชี</strong> ล้างให้สะอาด ตัดเหนือจากโคนลำต้นขึ้นมา 1/2 นิ้ว เพราะส่วนนี้จะหอม หั่นให้ละเอียด</p>
<p><strong>11. เครื่องเทศแห้ง</strong> ได้แก่ ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู อบเชย ต้องนำไปคั่วให้หอมก่อน ลูกจันทน์ต้องทุบเปลือกแข็งออก บุบเนื้อในให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ลูกกระวานที่คั่วแล้วแกะเปลือกออก ใช้แต่เม็ดใน กานพลูแกะเอาเกสรออก อบเชยหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ส่วนพริกไทยเป็นเครื่องเทศแห้งชนิดเดียวที่ไม่ต้องคั่วก่อนใช้งาน การคั่วให้ใช้ไฟอ่อน คั่วทีละอย่างเพราะมีขนาดไม่เท่ากัน ถ้าคั่วพร้อมกันจะทำให้เหลืองไม่พร้อมกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ห่อหมกทะเล</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 08:43:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำห่อหมก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกห่อหมก]]></category>
		<category><![CDATA[ห่อหมกทะเล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[
ห่อหมกทะเล
ส่วนผสม
เนื้อปลากรายขูด ¼ ถ้วยตวง
ปลาหมึกหั่น ½ ถ้วยตวง
หอยแมลงภู่แกะเอาแต่เนื้อลวก ½ ถ้วยตวง
กุ้งแกะเปลือก ½ ถ้วยตวง
เนื้อปูหั่นเป็นชิ้น 1 ตัว
ไข่ 1 ฟอง
น้ำพริกห่อหมก 3 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชี ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย 1 เม็ด
ผักกาดขาว โหระพา
วิธีทำ
1. ผสมกะทิกับน้ำพริกห่อหมก คนให้ละลายใส่เนื้อสัตว์ทั้งหมดและไข่ ปรุงรสด้วยน้ำปลาคนให้เข้ากัน
2. เลือกถ้วยตามขนาดที่ต้องการเอากระดาษอลูมินัมฟอยล์กรุเป็นรูปถ้วย ตักส่วนผสมข้อ 1 ใส่ถ้วย ใส่ใบโหระพา พับกระดาษอลูมินัมฟอยล์ให้มิด
3. นำไปนึ่งให้สุก
4. ก่อนเสิร์ฟคว่ำห่อหมกใส่จาน กรีดด้านบนให้มีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ ราดด้วยกะทิ โรยผักชี พริกหั่นฝอย
ลักษณะอาหาร บรรจุเสิร์ฟใส่กระดาษอลูมินัมฟอยล์
รสชาติ เผ็ด เค็ม มัน, ปริมาณ 1 ห่อ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-31" title="ห่อหมกทะเล" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/talay.jpg" alt="" width="130" height="98" /></p>
<p><strong>ห่อหมกทะเล</strong></p>
<p><strong>ส่วนผสม</strong></p>
<p>เนื้อปลากรายขูด ¼ ถ้วยตวง<br />
ปลาหมึกหั่น ½ ถ้วยตวง<br />
หอยแมลงภู่แกะเอาแต่เนื้อลวก ½ ถ้วยตวง<br />
กุ้งแกะเปลือก ½ ถ้วยตวง<br />
เนื้อปูหั่นเป็นชิ้น 1 ตัว<br />
ไข่ 1 ฟอง<br />
น้ำพริกห่อหมก 3 ช้อนโต๊ะ<br />
กะทิ 1 ถ้วยตวง<br />
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ<br />
ผักชี ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ<br />
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ<br />
พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย 1 เม็ด<br />
ผักกาดขาว โหระพา</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1. ผสมกะทิกับน้ำพริกห่อหมก คนให้ละลายใส่เนื้อสัตว์ทั้งหมดและไข่ ปรุงรสด้วยน้ำปลาคนให้เข้ากัน<br />
2. เลือกถ้วยตามขนาดที่ต้องการเอากระดาษอลูมินัมฟอยล์กรุเป็นรูปถ้วย ตักส่วนผสมข้อ 1 ใส่ถ้วย ใส่ใบโหระพา พับกระดาษอลูมินัมฟอยล์ให้มิด<br />
3. นำไปนึ่งให้สุก<br />
4. ก่อนเสิร์ฟคว่ำห่อหมกใส่จาน กรีดด้านบนให้มีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ ราดด้วยกะทิ โรยผักชี พริกหั่นฝอย</p>
<p><strong>ลักษณะอาหาร</strong> บรรจุเสิร์ฟใส่กระดาษอลูมินัมฟอยล์<br />
<em>รสชาติ เผ็ด เค็ม มัน, ปริมาณ 1 ห่อ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
