2nd
12,02
ผศ.ดร.สุแพรวพันธ์ โลหะลักษณาเดช อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เจ้าของสูตร “น้ำพริกกะปิผง” บอกว่า…เสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่ความจัดจ้านในรสชาติ ซึ่งเมนูแต่ละอย่างที่ขึ้นชื่อไม่ว่าจะเป็น ต้มยำ ผัดไทย ปลาร้า ฯลฯ ปัจจุบันมีการแปรรูป “พร้อมปรุงสะดวกต่อการปรุง ยืดอายุการเก็บรักษาให้นานวัน ยังช่วยเพิ่มมูลค่าสามารถส่งออกไปสร้างชื่อเสียงในตลาดต่างแดน จากจุดนี้เองจึงกลับมามองว่า “น้ำพริกกะปิ” เป็นอีกเมนูหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งในบางครั้งที่เกิดอาการ “อยากกิน” แต่ก็ไม่สะดวก โดยเฉพาะหากอยู่ในช่วงจากการเดินทางหรืออาคารที่อยู่อย่างแมนชั่น คอนโดฯ ที่ห้ามประกอบอาหาร…
สำหรับเมนูที่อยู่คู่กับครัวเรือนคนไทยทั้งในอดีตกระทั่งปัจจุบันนี้ เสน่ห์อยู่ที่กลิ่นและรสชาติที่กลมกล่อมบวกกับความเผ็ดจี๊ดจ๊าดที่แล้วแต่ใครจะชอบมากน้อย ในการโขลกเครื่องปรุงที่มีทั้งพริก หอม กระเทียม กะปิ มะเขือพวง มะนาว…แต่ละครั้งนั้นหากไม่ใช่ “มือตำอาชีพ” ก็แทบจะหาอร่อยลิ้นแทบไม่พบ ดังนั้น เพื่อลดความยุ่งยากต่างๆ จึงคิดสูตรสัดส่วนผสมให้มีความกลมกล่อมลงตัว
การทำน้ำพริกกะปิผง
ส่วนผสม ประกอบด้วย กะปิเคยแท้ พริกขี้หนู น้ำตาลทราย มะนาว กระเทียมต้องใช้กลีบเล็ก กลิ่นจะหอมกว่ากระเทียมกลีบใหญ่ มาถึง ขั้นตอนการผลิต เริ่มแรกนำกะปิเคยแท้ที่ใหม่ไม่ค้างนานปี เพราะอบแล้วสีจะไม่ดำ นำมาอบแห้งที่อุณหภูมิ 55-60 ํc บดให้ละเอียด ร่อนผ่านตะแกรง จะได้กะปิผง โดยใช้ปริมาณ 36.17 เปอร์เซ็นต์ พริกขี้หนูสดนำมาอบแห้งใช้ 4.26 เปอร์เซ็นต์์ กระเทียมอบแห้ง 8.61 เปอร์เซ็นต์ และมะนาวผงปริมาณ 10.64 เปอร์เซ็นต์
นำทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน แล้วบรรจุใส่ซอง เพื่อป้องกันความชื้น เวลาต้องการ “เปิบ” ให้นำน้ำอุ่นมาละลาย ถ้าชอบเผ็ดมากสามารถใส่กะปิผงในปริมาณที่เข้มข้น โดยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นนี้ นอกจากช่วยเพิ่มมูลค่า เก็บไว้รับประทานได้นานที่อุณหภูมิห้องปกติ สะดวกในการพกเดินทาง และเพิ่มช่องทางการส่งออกเมนูอาหารไทยได้อีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามกันได้ที่ โทร. 0–7520–4063–4 ในวันเวลาราชการ.

