<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำพริก @ NUMPIK.COM &#187; น้ำพริกเผา</title>
	<atom:link href="http://www.numpik.com/food/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.numpik.com</link>
	<description>สูตรน้ำพริก &#124; ข้อมูลวิธีการทำน้ำพริก &#124;</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2009 04:52:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>น้ำพริกกุ้งสด-กุ้งกรอบ</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 07:59:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[การทำน้ำพริกขาย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกกะปิ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกกุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกตาแดง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกนรก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกปลาร้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกมะขามสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกลงเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกอ่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผากุ้งสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกโจร]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบในการทำน้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[“น้ำพริก” เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม รับประทานคู่กับผักนานาชนิดที่มีประโยชน์ เป็นเมนูคู่สำรับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารบ่งบอกความเป็นไทยได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในแต่ละภาคจะมีน้ำพริกประจำถิ่นที่รสชาติไม่เหมือนกัน เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกโจร น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ฯลฯ และยุคนี้น้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ด้วย น้ำพริกกุ้ง เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือก ของ แม่จินดา วัฒนพงศ์พรชัย เจ้าของสูตรฮ่อยจ๊อแม่จินดาชื่อดังใน จ.เพชรบุรี แม่จินดาเล่าให้ฟังว่า เพื่อเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเธอจึงคิดเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วมาแปรรูปให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เมื่อมองสำรับกับข้าวที่วางอยู่ก็เกิดปิ๊งไอเดียน้ำพริกขึ้นมา คือ “น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” และ “น้ำพริกเผากุ้งสุด” ที่ใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น “เพราะน้ำพริกเป็นกับข้าวหลักพื้นฐาน และเป็นศูนย์กลางของกับข้าวอื่น ๆ รสชาติหลักของน้ำพริกต้องเผ็ด และเค็ม แต่คนส่วนมากมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยว รสหวานลงไป เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมยิ่งขึ้น” แม่จินดากล่าว แล้วได้บอกถึงการทำน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบว่า จุดเด่นของน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบอยู่ตรงที่ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย วัตถุดิบมีคุณภาพ สะอาด เก็บรักษาไว้ได้นาน ส่วนผสม/วัตถุดิบ : “น้ำพริกเผากุ้งสด” ก็มี&#8230; กระเทียมเจียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“<strong>น้ำพริก</strong>” เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม รับประทานคู่กับผักนานาชนิดที่มีประโยชน์ เป็นเมนูคู่สำรับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารบ่งบอกความเป็นไทยได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในแต่ละภาคจะมีน้ำพริกประจำถิ่นที่รสชาติไม่เหมือนกัน เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกโจร น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ฯลฯ และยุคนี้น้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ด้วย</p>
<p><strong>น้ำพริกกุ้ง</strong> เป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือก ของ แม่จินดา วัฒนพงศ์พรชัย เจ้าของสูตรฮ่อยจ๊อแม่จินดาชื่อดังใน จ.เพชรบุรี แม่จินดาเล่าให้ฟังว่า เพื่อเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายเธอจึงคิดเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วมาแปรรูปให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เมื่อมองสำรับกับข้าวที่วางอยู่ก็เกิดปิ๊งไอเดียน้ำพริกขึ้นมา คือ <strong>“น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” และ “น้ำพริกเผากุ้งสุด”</strong> ที่ใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น</p>
<p>“เพราะน้ำพริกเป็นกับข้าวหลักพื้นฐาน และเป็นศูนย์กลางของกับข้าวอื่น ๆ รสชาติหลักของน้ำพริกต้องเผ็ด และเค็ม แต่คนส่วนมากมักนิยมเพิ่มรสเปรี้ยว รสหวานลงไป เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมยิ่งขึ้น” แม่จินดากล่าว</p>
<p>แล้วได้บอกถึงการทำน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบว่า จุดเด่นของน้ำพริกเผากุ้งสดและน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบอยู่ตรงที่ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย วัตถุดิบมีคุณภาพ สะอาด เก็บรักษาไว้ได้นาน</p>
<p>ส่วนผสม/วัตถุดิบ : “<strong>น้ำพริกเผากุ้งสด</strong>” ก็มี&#8230; กระเทียมเจียว 1 กิโลกรัม, หอมเจียว 2 กิโลกรัม, พริกแห้งเม็ดใหญ่ล้างน้ำสะอาดผึ่งลมเด็ดก้าน 2 ขีด (200 กรัม), น้ำตาลปีบ 1 กิโลกรัม, เกลือป่น 1 ถุงเล็ก, กุ้งสด 1 กิโลกรัม, น้ำมะขาม 8 ขีด (800กรัม) และน้ำมันพืช</p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้ เครื่องปั่น, เตาแก๊ส, ตะหลิว, กระทะ, เขียง, กะละมัง, มีด, ถาด, ไม้พาย ฯลฯ</p>
<p>ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผากุ้งสด&#8221; เริ่มจากนำกุ้งมาล้างและแกะเปลือก แล้วทำการสับกุ้งให้ละเอียด ผัดรวนให้แห้ง พักไว้ แล้วนำพริกแห้งลงทอดด้วยไฟอ่อน ตามด้วยกระเทียมซอย หอมแดงซอย โดยแยกทอด พอสุกเหลือง ตักใส่ภาชนะเตรียมไว้</p>
<p>จากนั้นนำพริกทอดโขลกให้ละเอียด พอเริ่มละเอียดใส่เนื้อกุ้งที่รวนไว้โขลกต่อให้ผสมเข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอเริ่มร้อนนำส่วนผสมของพริกและกุ้งลงไปผัดก่อน ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขาม และเกลือ ใช้ไฟอ่อนผัดต่อไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมมีกลิ่นหอม และแห้งได้ที่ จากนั้นใส่หอม กระเทียมเจียว ลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน</p>
<p>น้ำพริกที่ได้จะมีรสชาติ 3 รสคือ เปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดปานกลาง เสิร์ฟพร้อมกับปลาทอด หรือ กินกับขนมปังก็อร่อยมาก<br />
ราคาขายขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 200 บาท ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานหลายวัน เก็บในตู้เย็นจะไม่เป็นไข แม้จะใส่ในช่องแช่แข็งก็ตาม</p>
<p>ต่อไป “<strong>น้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ</strong>” ส่วนผสมที่ใช้มี กุ้งแห้งอย่างดี 1 กิโลกรัม, หัวหอมเจียว 3 กิโลกรัม, กระเทียมเจียว 3 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม, เกลือ, ผงปรุงรส, พริกแห้งป่น</p>
<p>ขั้นตอนการทำ นำกระเทียมซอย หอมแดงซอย เจียวพอสุกเหลือง พักให้สะเด็ดน้ำมัน</p>
<p>ขั้นต่อไปทำการปั่นกุ้งแห้งให้ละเอียด ยกลง พักไว้ ปั่นหอมแดงเจียว กระเทียมเจียว พอแหลก พักไว้</p>
<p>นำกุ้งแห้งลงผัดน้ำมัน ใช้ไฟอ่อน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และพริก ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำหอม-กระเทียมเจียวปั่นตามลงไป ผัดไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-25 นาที จนส่วนผสมแห้งและคลุกเคล้าเข้ากันจนทั่ว เป็นอันใช้ได้</p>
<p>ราคาขายก็ขีดละ 20 บาท กิโลกรัมละ 400 บาท สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็นเพราะผัดจนแห้ง</p>
<p>“ลูกค้ามักซื้อน้ำพริกไปเป็นของฝากญาติพี่น้อง และไปถึงต่างประเทศเลยทีเดียว โดยมากจะซื้อคู่กัน คือน้ำพริกเผากุ้งสด และน้ำพริกสวรรค์กุ้งกรอบ” แม่จินดาบอก</p>
<p>ใครสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือสั่งซื้อน้ำพริกเจ้านี้ ติดต่อได้ที่ โทร.0-3258-1050 , 08-4944-4728 ถ้าสมุทรปราการ โทร.08-1854-9271 ถ้าระยอง โทร.08-5392-4555 ส่วนใครสนใจจะมี “ช่องทางทำกิน” จาก “<strong>น้ำพริก</strong>” บ้าง ก็ฝึกฝีมือกันเลย และก็อย่ามองข้าม “กุ้ง” ที่เป็นอีกวัตถุดิบขายดีสำหรับน้ำพริก</p>
<p><strong>คู่มือลงทุน น้ำพริกกุ้งสด-กุ้งกรอบ</strong><br />
ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำขาย<br />
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 65% ของราคา<br />
รายได้ ขีดละ 20 / กก.ละ 200 บาท<br />
แรงงาน 1 คนขึ้นไป<br />
ตลาด ย่านอาหาร, ร้านของฝาก<br />
จุดน่าสนใจ เป็นสินค้าที่มีลูกค้ากลุ่มใหญ่</p>
<p><em>เชาวลี ชุมขำ / ขนิษฐา ผุดผาด :รายงาน<br />
จเร รัตนราตรี :ภาพ</em><br />
<img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2009/07/dailynews-150x88.gif" alt="ข่าว น้ำพริก ที่ dailynews" title="dailynews" width="150" height="88" class="alignnone size-thumbnail wp-image-94" /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 00:52:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด “ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “น้ำพริก” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://ads.dailynews.co.th/column/images/2009/chongtangtamkin/2/1/69248_64519.jpg" alt="น้ำพริกเผารำข้าวสกัด" /><br />
<em>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด</em></p>
<p>“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “<strong>น้ำพริก</strong>” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล </p>
<p>นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์  ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา</p>
<p>ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก  จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ คิดขึ้นไว้ก่อนหน้ามาต่อยอด โดยส่วนประกอบเด่นคือรำข้าวสกัดน้ำมัน รำข้าวที่ผ่านกรรมวิธีการสกัดน้ำมัน ซึ่งรำข้าวสกัดน้ำมันจะประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามิน และเส้นใยอาหารสูง  ปัจจุบันมีการใช้เป็นอาหารของสัตว์ แต่รำข้าวสกัดน้ำมันจากโรงงานน้ำมันพืชซึ่งนำมาใช้ทำน้ำพริกเผานี้ มีคุณภาพที่สามารถใช้บริโภคเป็นอาหารได้</p>
<p>ด้านสามสาวผู้คิดเมนูบอกว่า น้ำพริกเผารำข้าวสกัดมีต้นทุนการผลิตต่ำ ผู้บริโภคจะได้เส้นใยอาหารมากกว่าการบริโภคน้ำพริกที่วางจำหน่ายทั่ว ๆ ไป ในการทำน้ำพริกนี้ได้ใช้น้ำมันรำข้าวสกัด   ซึ่งจะมี “สารโอรีซานอล” ที่เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล สามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าและมีประสิทธิ    ภาพมากกว่าวิตามินอีทุกชนิด  ช่วย ต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจตีบ</p>
<p>ส่วนผสม/วัตถุดิบ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ตามสูตรก็ประกอบด้วย&#8230; รำข้าวสกัด 3 ช้อนโต๊ะ, พริกชี้ฟ้าแห้ง 2 ถ้วยตวง, หอมแดง 1 1/2 ถ้วยตวง, กระเทียม 1 1/4 ถ้วยตวง, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วยตวง, กะปิเผา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ, มะขามเปียก 3/4 ถ้วยตวง, น้ำปลา 1 ถ้วยตวง, น้ำมันรำข้าว 1 1/4 ถ้วยตวง</p>
<p>วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหลัก ๆ ก็มี&#8230;เตาแก๊ส, กระทะ, ตะหลิว, ภาชนะตวงของต่าง ๆ, มีด, เขียง, กระชอน, กะละมัง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยได้จากในครัวเรือน</p>
<p>ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากนำเอาพริกชี้ฟ้าแห้ง หรือพริกแห้งเม็ดใหญ่มาผ่าเอาเม็ดออก แล้วล้างน้ำ จากนั้นผึ่งแดดให้แห้ง </p>
<p>ทำการปอกเปลือกหอมแดง กระเทียม หั่นซอยเป็นแว่น ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นปั่นให้ละเอียด โดยนำพริกแห้งที่ผึ่งแดดมาปั่นให้ละเอียดด้วย</p>
<p>ผสมทั้ง 3 อย่างปั่นให้เข้า กันจนละเอียด แล้วพักไว้</p>
<p> นำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ใส่กระทะ เปิดไฟปานกลาง คลุกเคล้าให้เข้ากัน เคี่ยวจนละลาย พอน้ำตาลปี๊บละลายแล้วก็นำเครื่องปรุงที่ปั่นเตรียมไว้ใส่ลงไป หลังจากนั้นเคี่ยวต่อสักครู่ พอเข้ากันแล้วก็นำกะปิเผาใส่ลงไปคนจนละลาย ใส่กุ้งแห้งป่น และรำข้าว ผัดจนหอม</p>
<p>สุดท้ายใส่น้ำมันรำข้าว ผัดให้พอเดือด ก็เป็นอันเสร็จกรรมวิธีการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ซึ่งสูตรข้างต้นสามารถทำได้ประมาณ 10 กระปุกย่อม ๆ ขายได้ในราคากระปุกละ 25 บาท ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 14 บาท</p>
<p>น้ำพริกเผารำข้าวสกัดนี้ สามารถนำขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัว และอาจจะทำออร์เดิร์ฟที่ใช้น้ำพริกโรยหน้า ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นความแปลกใหม่และสร้างสีสันบนโต๊ะอาหาร โดยน้ำพริกเผาที่ทำนี้ปราศจากสารกันบูด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์</p>
<p>ทางทีมงานที่ทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” บอกด้วยว่า สูตรการทำนี้หากไม่มีการขยายต่อก็จะไม่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ดังนั้นจึงนำสูตรมาเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่าน ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้มีการพัฒนาเป็น “ช่องทางทำกิน” ของคนไทยต่อไป ซึ่งหากใครสนใจผลิตภัณฑ์นี้ก็ติดต่อสอบถามได้ โทร. 08-4322-1082, 08-3434-2616 หรือที่สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เว็บไซต์ www.rmutt.ac.th.</p>
<p>เชาวลี ชุมขำ/ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน : รายงาน<br />
จเร รัตนราตรี : ภาพ<br />
<img src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="ข่าวน้ำพริก ที่เดลินิวส์" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชื้อราในน้ำพริกเผา และน้ำพริกแกงเผ็ด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2008 02:46:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกแกงเผ็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[คนไทยชอบอาหารรสจัด สังเกตได้จากทุกสำรับกับข้าว มักมีอาหารประเภทน้ำพริก และแกงเผ็ดชนิดต่างๆรวมอยู่ด้วย การกินอาหารรสจัดจะทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้เยอะมากขึ้น เดี๋ยวนี้กรรมวิธีการทำน้ำพริกเผา หรือพริกแกงชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเวลาจะกินแกงเผ็ดแต่ละทีต้องมานั่งตำน้ำพริกแกงกัน แต่ตอนนี้แค่ออกจากบ้านไปซื้อน้ำพริกแกงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมาแกงก็ไม่ยุ่งยาก แต่&#8230;คุณเคยสังเกตมั้ยว่า น้ำพริกแกงที่เห็นตามตลาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกแกงเผ็ด พริกแกงส้ม พริกแกงพะแนง พริกแกงมัสมั่น หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง กองเป็นภูเขาในกะละมังใบใหญ่ ทำครั้งละเยอะๆเวลาขายไม่หมดก็นำผ้ามาคลุมไว้ขายใหม่ อีกครั้งวันหลัง เราคนซื้อก็ไม่ได้ไปนั่งมองว่า มันมีเชื้อโรค เชื้อรา และสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่ แต่ถ้าคนทำมั่นใจว่า มีการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือภาชนะที่ใช้ในทุกขั้นตอนการปรุงก็สบายใจได้ ดังผลทดสอบที่สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผา จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า มาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อรา ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนใดๆ ทั้งจากน้ำพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผาในทุกตัวอย่าง แสดงว่าวันนี้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคตาดำๆมากขึ้น!!! ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18546 วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2551]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/2551/agriculture06/Oct/library/31/food.jpg" alt="ผลวิเคราะห์เชื้อราในน้ำพริก" /></p>
<p><em>คนไทยชอบอาหารรสจัด สังเกตได้จากทุกสำรับกับข้าว มักมีอาหารประเภทน้ำพริก และแกงเผ็ดชนิดต่างๆรวมอยู่ด้วย</em></p>
<p>การกินอาหารรสจัดจะทำให้เจริญอาหาร กินข้าวได้เยอะมากขึ้น</p>
<p>เดี๋ยวนี้กรรมวิธีการทำน้ำพริกเผา หรือพริกแกงชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเวลาจะกินแกงเผ็ดแต่ละทีต้องมานั่งตำน้ำพริกแกงกัน แต่ตอนนี้แค่ออกจากบ้านไปซื้อน้ำพริกแกงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมาแกงก็ไม่ยุ่งยาก</p>
<p>แต่&#8230;คุณเคยสังเกตมั้ยว่า น้ำพริกแกงที่เห็นตามตลาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกแกงเผ็ด พริกแกงส้ม พริกแกงพะแนง พริกแกงมัสมั่น หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง กองเป็นภูเขาในกะละมังใบใหญ่</p>
<p>ทำครั้งละเยอะๆเวลาขายไม่หมดก็นำผ้ามาคลุมไว้ขายใหม่ อีกครั้งวันหลัง</p>
<p>เราคนซื้อก็ไม่ได้ไปนั่งมองว่า มันมีเชื้อโรค เชื้อรา และสารอันตรายอื่นๆ ปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่</p>
<p>แต่ถ้าคนทำมั่นใจว่า มีการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือภาชนะที่ใช้ในทุกขั้นตอนการปรุงก็สบายใจได้</p>
<p>ดังผลทดสอบที่สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผา จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า มาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อรา</p>
<p>ผลปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนใดๆ ทั้งจากน้ำพริกแกงเผ็ด และน้ำพริกเผาในทุกตัวอย่าง แสดงว่าวันนี้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคตาดำๆมากขึ้น!!!</p>
<p><em>ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18546 วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2551</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทำน้ำพริกเผา</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 May 2008 03:47:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[การทำน้ำพริกเผา พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา 5 เม็ด, หอมแดงเผา 8 หัว, กระเทียมเผา 6 กลีบ, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น ½ ช้อนชา, น้ำมะขามเปียก 1 ½ ช้อนชา, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, กะปิ 1 ช้อนชา, น้ำมันพืช 2 ถ้วย โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา กระเทียมเผา และกะปิ โขลกต่อให้ละเอียด ตามด้วยกุ้งแห้ง โขลกเข้าด้วยกันพอทั่ว นำน้ำพริกไปผัดกับน้ำมันให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียกผัดให้เข้ากัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpikp.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-43" title="numpikp" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpikp.jpg" alt="" width="137" height="103" /></a></strong></p>
<p><strong>การทำน้ำพริกเผา</strong></p>
<p>พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา 5 เม็ด, หอมแดงเผา 8 หัว, กระเทียมเผา 6 กลีบ, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น ½ ช้อนชา, น้ำมะขามเปียก 1 ½ ช้อนชา, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, กะปิ 1 ช้อนชา, น้ำมันพืช 2 ถ้วย</p>
<p>โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา กระเทียมเผา และกะปิ โขลกต่อให้ละเอียด ตามด้วยกุ้งแห้ง โขลกเข้าด้วยกันพอทั่ว</p>
<p>นำน้ำพริกไปผัดกับน้ำมันให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียกผัดให้เข้ากัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
