<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำพริก @ NUMPIK.COM &#187; วิธีการทำน้ำพริก</title>
	<atom:link href="http://www.numpik.com/food/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.numpik.com</link>
	<description>สูตรน้ำพริก &#124; ข้อมูลวิธีการทำน้ำพริก &#124;</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Feb 2012 14:14:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>น้ำพริกผสมลูกหม่อน</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 14:14:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[หม่อน เป็นพืชยืนต้นประเภทไม้พุ่มมีเนื้ออ่อน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรบ้านเรามักจะปลูกหม่อนไว้เพื่อใช้ใบมาเลี้ยงหนอนไหม ในทวีปยุโรป เช่น ประเทศออสเตรีย และ อเมริกาเหนือ มีการปลูกกันอย่างกว้างขวาง และมักจะนำ ผล หรือ ลูก ของต้นหม่อนมารับประทานสด หรือนำแปรรูปเป็นอาหารหลากหลายชนิด เช่น น้ำมัลเบอร์รี่ ไวน์ลูกหม่อน ฯลฯ ส่วนเมืองไทยมี ต้นหม่อนพันธุ์ลูกผสมหลายสายพันธุ์ ที่ผลสามารถรับประทานสดได้ แต่ยังไม่เป็นที่กว้างขวาง ขั้นตอนการทำน้ำพริกผสมลูกหม่อน สำหรับส่วนผสมประกอบด้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่ 27 กรัม กระเทียมซอย 72 กรัม หอมแดงหั่น 38 กรัม เกลือป่น 4 กรัม กะปิจี่ไฟ 15 กรัม ปลาช่อนกรอบป่น 36 กรัม กุ้งแห้งป่น 22 กรัม น้ำตาลปี๊บ 21 กรัม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2012/02/mhon.jpg" alt="" title="หม่อน" width="420" height="252" class="alignnone size-full wp-image-116" /></p>
<p>หม่อน เป็นพืชยืนต้นประเภทไม้พุ่มมีเนื้ออ่อน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรบ้านเรามักจะปลูกหม่อนไว้เพื่อใช้ใบมาเลี้ยงหนอนไหม</p>
<p>ในทวีปยุโรป เช่น ประเทศออสเตรีย   และ อเมริกาเหนือ มีการปลูกกันอย่างกว้างขวาง และมักจะนำ ผล หรือ ลูก ของต้นหม่อนมารับประทานสด หรือนำแปรรูปเป็นอาหารหลากหลายชนิด เช่น น้ำมัลเบอร์รี่ ไวน์ลูกหม่อน ฯลฯ ส่วนเมืองไทยมี ต้นหม่อนพันธุ์ลูกผสมหลายสายพันธุ์ ที่ผลสามารถรับประทานสดได้ แต่ยังไม่เป็นที่กว้างขวาง</p>
<p><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2012/02/numpik_04.jpg"><img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2012/02/numpik_04-300x180.jpg" alt="" title="น้ำพริกผสมลูกหม่อน" width="300" height="180" class="alignnone size-medium wp-image-117" /></a></p>
<p><strong>ขั้นตอนการทำน้ำพริกผสมลูกหม่อน</strong></p>
<p>สำหรับส่วนผสมประกอบด้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่ 27 กรัม กระเทียมซอย 72 กรัม หอมแดงหั่น 38 กรัม เกลือป่น 4 กรัม กะปิจี่ไฟ 15 กรัม ปลาช่อนกรอบป่น 36 กรัม กุ้งแห้งป่น 22 กรัม น้ำตาลปี๊บ 21 กรัม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ และ ลูกหม่อนสุกบดละเอียด 60 กรัม</p>
<p>ขั้นตอนการทำเริ่มจาก คั่วพริกแห้งในกระทะด้วยไฟอ่อนให้หอมและกรอบ จากนั้น คั่วกระเทียมและหอมแดงต่อใช้ไฟกลาง โขลกพริกแห้งที่คั่วให้ละเอียดใส่ กระเทียม หอมแดง เกลือ โขลกให้เข้ากัน ต่อมา ใส่กะปิโขลกรวมกันให้ละเอียด แล้วจึงใส่ปลากรอบและกุ้งแห้งโขลกเบาๆให้เข้ากัน ปรุงรสชาติด้วยน้ำตาล, น้ำปลา ชิมรสให้พอดี </p>
<p>จากนั้นนำ ลูกหม่อนมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด มาผสมน้ำพริกเข้าด้วยกันแล้วชิมรส ตั้งกระทะใส่น้ำมันไฟปานกลาง พอเริ่มร้อนใส่น้ำพริกที่โขลก ผัดให้หอม ลดไฟอ่อน ผัดสักครู่พอทั่วปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับผักสด เช่น แตงกวา ยอดกระถิน </p>
<p>ในการนำลูกหม่อนมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ถือเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพให้ห่างไกลโรคมะเร็ง ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมส่วนผสมหรือขั้นตอนการปรุง ติดต่อ ผศ.สุชาดา 08-9526-7598 ในวันและเวลาราชการ.</p>
<p>ปล. <em>น.ส.บุปผา ปะถะมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เป็นผู้คิดค้น &#8220;น้ำพริกผสมลูกหม่อน&#8221; โดยมี ผศ.สุชาดา งามประภาวัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา.</em></p>
<p><em>ไชยรัตน์ ส้มฉุน</em></p>
<p><img src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2012/02/thairath.jpg" alt="" title="thairath" width="175" height="60" class="alignnone size-full wp-image-108" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 00:52:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกเผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด “ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “น้ำพริก” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://ads.dailynews.co.th/column/images/2009/chongtangtamkin/2/1/69248_64519.jpg" alt="น้ำพริกเผารำข้าวสกัด" /><br />
<em>น้ำพริกเผารำข้าวสกัด สูตรเด็ดนักศึกษาน่าต่อยอด</em></p>
<p>“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วน “<strong>น้ำพริก</strong>” ก็เป็นกับข้าวประเภทเครื่องจิ้มที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่โบราณ และมีหลากหลายชนิด อาทิ น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาทู, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตาแดง, น้ำพริกมะขาม, น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ และรวมถึงน้ำพริกเผา ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรน้ำพริกเผาน่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” สูตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล </p>
<p>นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย น้ำแข็ง-นางสาวกีรติ จารุธรรมากร, ออม-นางสาวศิริทรา มาลีบุตร, แตงโม-นางสาวอรพรรณ โกมลมาลย์ ขณะนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์  ได้ร่วมกันทำ “น้ำพริกเผาสกัดรำข้าว” ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมี ผศ.สิวลี ไทยถาวร และ ผศ.สุจิตชญา จิตรวิมล คอยดูแลให้คำปรึกษา</p>
<p>ผศ.สุจิตชญา บอกว่า ได้เล็งเห็นว่าการทำน้ำพริกเผารำข้าวสกัดเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้คุณ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาถูก  จึงได้นำสูตรที่ นางสาวกัญญาณัฐ สินชนะ คิดขึ้นไว้ก่อนหน้ามาต่อยอด โดยส่วนประกอบเด่นคือรำข้าวสกัดน้ำมัน รำข้าวที่ผ่านกรรมวิธีการสกัดน้ำมัน ซึ่งรำข้าวสกัดน้ำมันจะประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามิน และเส้นใยอาหารสูง  ปัจจุบันมีการใช้เป็นอาหารของสัตว์ แต่รำข้าวสกัดน้ำมันจากโรงงานน้ำมันพืชซึ่งนำมาใช้ทำน้ำพริกเผานี้ มีคุณภาพที่สามารถใช้บริโภคเป็นอาหารได้</p>
<p>ด้านสามสาวผู้คิดเมนูบอกว่า น้ำพริกเผารำข้าวสกัดมีต้นทุนการผลิตต่ำ ผู้บริโภคจะได้เส้นใยอาหารมากกว่าการบริโภคน้ำพริกที่วางจำหน่ายทั่ว ๆ ไป ในการทำน้ำพริกนี้ได้ใช้น้ำมันรำข้าวสกัด   ซึ่งจะมี “สารโอรีซานอล” ที่เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล สามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าและมีประสิทธิ    ภาพมากกว่าวิตามินอีทุกชนิด  ช่วย ต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจตีบ</p>
<p>ส่วนผสม/วัตถุดิบ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ตามสูตรก็ประกอบด้วย&#8230; รำข้าวสกัด 3 ช้อนโต๊ะ, พริกชี้ฟ้าแห้ง 2 ถ้วยตวง, หอมแดง 1 1/2 ถ้วยตวง, กระเทียม 1 1/4 ถ้วยตวง, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วยตวง, กะปิเผา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ, มะขามเปียก 3/4 ถ้วยตวง, น้ำปลา 1 ถ้วยตวง, น้ำมันรำข้าว 1 1/4 ถ้วยตวง</p>
<p>วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหลัก ๆ ก็มี&#8230;เตาแก๊ส, กระทะ, ตะหลิว, ภาชนะตวงของต่าง ๆ, มีด, เขียง, กระชอน, กะละมัง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยได้จากในครัวเรือน</p>
<p>ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากนำเอาพริกชี้ฟ้าแห้ง หรือพริกแห้งเม็ดใหญ่มาผ่าเอาเม็ดออก แล้วล้างน้ำ จากนั้นผึ่งแดดให้แห้ง </p>
<p>ทำการปอกเปลือกหอมแดง กระเทียม หั่นซอยเป็นแว่น ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นปั่นให้ละเอียด โดยนำพริกแห้งที่ผึ่งแดดมาปั่นให้ละเอียดด้วย</p>
<p>ผสมทั้ง 3 อย่างปั่นให้เข้า กันจนละเอียด แล้วพักไว้</p>
<p> นำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ใส่กระทะ เปิดไฟปานกลาง คลุกเคล้าให้เข้ากัน เคี่ยวจนละลาย พอน้ำตาลปี๊บละลายแล้วก็นำเครื่องปรุงที่ปั่นเตรียมไว้ใส่ลงไป หลังจากนั้นเคี่ยวต่อสักครู่ พอเข้ากันแล้วก็นำกะปิเผาใส่ลงไปคนจนละลาย ใส่กุ้งแห้งป่น และรำข้าว ผัดจนหอม</p>
<p>สุดท้ายใส่น้ำมันรำข้าว ผัดให้พอเดือด ก็เป็นอันเสร็จกรรมวิธีการทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” ซึ่งสูตรข้างต้นสามารถทำได้ประมาณ 10 กระปุกย่อม ๆ ขายได้ในราคากระปุกละ 25 บาท ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 14 บาท</p>
<p>น้ำพริกเผารำข้าวสกัดนี้ สามารถนำขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัว และอาจจะทำออร์เดิร์ฟที่ใช้น้ำพริกโรยหน้า ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นความแปลกใหม่และสร้างสีสันบนโต๊ะอาหาร โดยน้ำพริกเผาที่ทำนี้ปราศจากสารกันบูด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์</p>
<p>ทางทีมงานที่ทำ “น้ำพริกเผารำข้าวสกัด” บอกด้วยว่า สูตรการทำนี้หากไม่มีการขยายต่อก็จะไม่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ดังนั้นจึงนำสูตรมาเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่าน ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้มีการพัฒนาเป็น “ช่องทางทำกิน” ของคนไทยต่อไป ซึ่งหากใครสนใจผลิตภัณฑ์นี้ก็ติดต่อสอบถามได้ โทร. 08-4322-1082, 08-3434-2616 หรือที่สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เว็บไซต์ www.rmutt.ac.th.</p>
<p>เชาวลี ชุมขำ/ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน : รายงาน<br />
จเร รัตนราตรี : ภาพ<br />
<img src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="ข่าวน้ำพริก ที่เดลินิวส์" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคและการเลือกวัตถุดิบเพื่อทำน้ำพริกแกง</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jul 2008 04:03:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[แกงพะแนง]]></category>
		<category><![CDATA[แกงมัสมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเขียวหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเผ็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกแกง หรือ เครื่องแกง หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มีพริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน: 2538) น้ำพริกแกง เป็นส่วนผสมที่สำคัญในแกงไทยหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงบอน แกงคั่ว แกงมัสมั่น แกงไตปลา แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ในแกงแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวน ปริมาณ หรือเครื่องเทศบางชนิด ซึ่งทำให้แกงแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีหลักในการเลือกและการเตรียมดังต่อไปนี้ 1. พริก พริกที่ใช้ในการโขลกน้ำพริกแกงใช้ได้ทั้งพริกสดและแห้ง ถ้าต้องการเผ็ดมากจะใช้พวกพริกขี้หนู เผ็ดน้อยใช้พริกชี้ฟ้า - พริกสด เลือกเม็ดแก่ สดใหม่ ไม่มีรอยเน่า ไม่มีแมลงกัดแทะ ล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง หั่นเป็นชิ้น - พริกแห้ง เลือกที่ไม่เป็นรา สีแดงเข้ม เมื่อโขลกแล้วจะได้เครื่องแกงที่สีแดงสวย ผ่าแกะไส้ในและเมล็ดออก หั่นแช่น้ำให้นิ่ม ไม่ควรใช้น้ำร้อนจะทำให้สีและรสเผ็ดของพริกละลายไปกับน้ำ ก่อนโขลกบีบเอาน้ำออกให้หมด 2. หอมแกง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpik1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="numpik1" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpik1-300x224.jpg" alt="วัตถุดิบ น้ำพริกแกง" width="300" height="224" /></a></p>
<p><strong>น้ำพริกแกง หรือ เครื่องแกง</strong> หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มีพริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน: 2538) น้ำพริกแกง เป็นส่วนผสมที่สำคัญในแกงไทยหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงบอน แกงคั่ว แกงมัสมั่น แกงไตปลา แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ในแกงแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวน ปริมาณ หรือเครื่องเทศบางชนิด ซึ่งทำให้แกงแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีหลักในการเลือกและการเตรียมดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. พริก</strong> พริกที่ใช้ในการโขลกน้ำพริกแกงใช้ได้ทั้งพริกสดและแห้ง ถ้าต้องการเผ็ดมากจะใช้พวกพริกขี้หนู เผ็ดน้อยใช้พริกชี้ฟ้า<br />
- พริกสด เลือกเม็ดแก่ สดใหม่ ไม่มีรอยเน่า ไม่มีแมลงกัดแทะ ล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง หั่นเป็นชิ้น<br />
- พริกแห้ง เลือกที่ไม่เป็นรา สีแดงเข้ม เมื่อโขลกแล้วจะได้เครื่องแกงที่สีแดงสวย ผ่าแกะไส้ในและเมล็ดออก หั่นแช่น้ำให้นิ่ม ไม่ควรใช้น้ำร้อนจะทำให้สีและรสเผ็ดของพริกละลายไปกับน้ำ ก่อนโขลกบีบเอาน้ำออกให้หมด</p>
<p><strong>2. หอมแกง</strong> เลือกที่สุด ไม่เน่า ปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นให้ชิ้นเล็กจะได้โขลกได้ง่ายขึ้น การเรียกชื่อมักเรียกผิดว่า “หอมแดง” ซึ่งในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นชื่อไม้ล้มลุก มีหัวชนิดหนึ่ง <em>Eleutherine bulbosa. (Mill) Urb.</em> ในวงศ์ Iridaceae ใบแบนคล้ายใบหมากแรกเกิด ดอกสีขาว หัวสีแดงเข้ม รสเผ็ดซ่า ใช้ทำยาได้</p>
<p><strong>3. กระเทียม</strong> เลือกที่สด ไม่ฝ่อ ปอกเปลือกล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้าหัวใหญ่ให้หั่นจะโขลกง่าย</p>
<p><strong>4. กระชาย</strong> เลือกรากอ้วน ๆ สด ล้างน้ำ ขูดผิวออก หั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>5. ข่า</strong> เลือกข่าแก่ในการทำเครื่องแกง ขูดรอยใบออก ล้างน้ำหั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>6. ขิง</strong> เลือกขิงแก่ เตรียมเช่นเดียวกันกับกระชาย</p>
<p><strong>7. ขมิ้น</strong> นิยมใช้ขมิ้นชันและขมิ้นอ้อย ขมิ้นชันจะมีสีเหลืองเข้มและกลิ่นฉุนกว่าขมิ้นอ้อย แต่มีขนาดเล็กกว่า แต่ในเครื่องแกงไทยนิยมใส่ขมิ้นอ้อยเพราะกลิ่นไม่แรง ส่วนขมิ้นชันจะใช้ในเครื่องแกงพะโล้ ปอกเปลือกก่อนโขลก</p>
<p><strong>8. มะกรูด</strong> จะใช้ผิวในการโขลกเครื่องแกง ใช้มีดคม ๆ ฝานเอาเฉพาะผิวสีเขียว อย่าให้ติดผิวสีขาว หั่นบาง</p>
<p><strong>9. ตะไคร้</strong> ใช้ส่วนลำต้น ล้างให้สะอาด หั่นขวางบาง ๆ</p>
<p><strong>10. รากผักชี</strong> ล้างให้สะอาด ตัดเหนือจากโคนลำต้นขึ้นมา 1/2 นิ้ว เพราะส่วนนี้จะหอม หั่นให้ละเอียด</p>
<p><strong>11. เครื่องเทศแห้ง</strong> ได้แก่ ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู อบเชย ต้องนำไปคั่วให้หอมก่อน ลูกจันทน์ต้องทุบเปลือกแข็งออก บุบเนื้อในให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ลูกกระวานที่คั่วแล้วแกะเปลือกออก ใช้แต่เม็ดใน กานพลูแกะเอาเกสรออก อบเชยหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนคั่ว ส่วนพริกไทยเป็นเครื่องเทศแห้งชนิดเดียวที่ไม่ต้องคั่วก่อนใช้งาน การคั่วให้ใช้ไฟอ่อน คั่วทีละอย่างเพราะมีขนาดไม่เท่ากัน ถ้าคั่วพร้อมกันจะทำให้เหลืองไม่พร้อมกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกปลาร้าแห้ง</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2008 16:03:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[การถนอมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาร้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกปลาร้าแห้ง ส่วนผสม : ปลาร้าตัวโตปิ้งสุกแกะเอาแต่เนื้อ ¼ ถ้วย, ปลากรอบโขลกละเอียด 1 ถ้วย, หอมเล็กเผาหัวกลาง ๆ 10 หัว, กระเทียมเผา 3 หัว, ข่าเผา ½ ช้อนชา, พริกแห้งเม็ดโต ๆ ปิ้งไฟให้กรอบ 7 เม็ด, น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิข้น ½ ถ้วย, น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา วิธีทำ 1. โขลกหอม กระเทียม ข่า พริก ให้ละเอียด ใส่ปลากรอบ ปลาร้า โขลกให้เข้ากัน 2. ผสมน้ำพริกกับกะทิ น้ำส้มมะขามเปียก น้ำตาล ใส่กระทะผัดไฟอ่อนจนแห้งไม่ต้องใส่น้ำมันชิมรสตามใจชอบ 3. ตักบรรจุในขวดที่ต้ม ฆ่าเชื้อแล้ว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำพริกปลาร้าแห้ง</strong></p>
<p><strong>ส่วนผสม :</strong> ปลาร้าตัวโตปิ้งสุกแกะเอาแต่เนื้อ ¼ ถ้วย, ปลากรอบโขลกละเอียด 1 ถ้วย, หอมเล็กเผาหัวกลาง ๆ 10 หัว, กระเทียมเผา 3 หัว, ข่าเผา ½ ช้อนชา, พริกแห้งเม็ดโต ๆ ปิ้งไฟให้กรอบ 7 เม็ด, น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิข้น ½ ถ้วย, น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1. โขลกหอม กระเทียม ข่า พริก ให้ละเอียด ใส่ปลากรอบ ปลาร้า โขลกให้เข้ากัน<br />
2. ผสมน้ำพริกกับกะทิ น้ำส้มมะขามเปียก น้ำตาล ใส่กระทะผัดไฟอ่อนจนแห้งไม่ต้องใส่น้ำมันชิมรสตามใจชอบ<br />
3. ตักบรรจุในขวดที่ต้ม ฆ่าเชื้อแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกผัด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jun 2008 06:25:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[การถนอมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกผัด ส่วนผสม : พริกแห้งเม็ดโต ๆ 25 เม็ด, หัวหอมซอย (3 ถ้วย) 300 กรัม, กระเทียมซอย (2 ½ ถ้วย) 300 กรัม, ปลากรอกแกะเอาแต่เนื้อ ½ ถ้วย (ประมาณ 2 ตัว), กุ้งแห้งป่น (ตวงอัด) ½ ถ้วย, กะปิเผา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลมะพร้าว ½ &#8211; ¾ ถ้วย, น้ำส้มมะขามเปียก 1 ถ้วย, น้ำมันประมาณ 2 ถ้วย วิธีทำ 1. พริกแห้งแกะเม็ดออก หั่นท่อน 2. น้ำมันใส่กระทะ พอน้ำมันร้อน เจียวหัวหอมกระเทียมทีละอย่าง ให้กรอบเหลือง ไม่ต้องใช้กระดาษซับน้ำมัน 3. ทอดปลากรอบ และพริกให้กรอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำพริกผัด</strong></p>
<p><strong>ส่วนผสม :</strong> พริกแห้งเม็ดโต ๆ 25 เม็ด, หัวหอมซอย (3 ถ้วย) 300 กรัม, กระเทียมซอย (2 ½ ถ้วย) 300 กรัม, ปลากรอกแกะเอาแต่เนื้อ ½ ถ้วย (ประมาณ 2 ตัว), กุ้งแห้งป่น (ตวงอัด) ½ ถ้วย, กะปิเผา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลมะพร้าว ½ &#8211; ¾ ถ้วย, น้ำส้มมะขามเปียก 1 ถ้วย, น้ำมันประมาณ 2 ถ้วย</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1. พริกแห้งแกะเม็ดออก หั่นท่อน<br />
2. น้ำมันใส่กระทะ พอน้ำมันร้อน เจียวหัวหอมกระเทียมทีละอย่าง ให้กรอบเหลือง ไม่ต้องใช้กระดาษซับน้ำมัน<br />
3. ทอดปลากรอบ และพริกให้กรอบ<br />
4. โขลกเครื่องที่ทอดขณะที่ยังร้อน ๆ อยู่ (หรือเข้าเครื่องบดก็ได้ แต่ต้องใส่น้ำลงไปด้วย พอให้เครื่องเดินได้) โขลกให้ละเอียด<br />
5. ผสม น้ำปลา กะปิ น้ำตาล น้ำส้มมะขาม ลงในกระทะ ใส่เครื่องทั้งหมดลงผัด ผัดนาน ๆ จนเหนียว มีน้ำมันเยิ้มออกมาเอง ชิมรส ออกเค็ม หวาน เปรี้ยว<br />
6. เก็บน้ำพริกผัดลงในขวดต้มฆ่าเชื้อ ปิดฝาให้สนิท เก็บได้นาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกไข่ปูทะเล</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2008 04:04:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกไข่ปูทะเล ส่วนผสม : ไข่ปูทะเลหรือไข่ปูม้า ¼ ถ้วย, กระเทียมหั่น 1 ½ ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูเขียวแดง 15 เม็ด, น้ำตาล ¼ ช้อนชา, น้ำปลา, ผงชูรส, น้ำมะนาว, น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ, ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ โรยหน้า วิธีทำ 1. โขลกไข่ปูให้ละเอียด ใส่กระเทียมโขลกรวมกันให้ละเอียด 2. ใส่พริกขี้หนูบุบพอแตก ปรุงรสด้วย น้ำตาล (ไม่ให้ออกหวาน) น้ำปลา ผงชูรส น้ำมะนาว น้ำต้มสุก ให้รสจัด ๆ โรยหน้าด้วยผักชี 3. กินกับ ปลาดุกฟู ปลาทอด กุ้งทอด ปูทอด และผักจิ้มต่าง ๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/pootalay.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-37" title="pootalay" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/pootalay-214x300.jpg" alt="" width="214" height="300" /></a></strong></p>
<p><strong>น้ำพริกไข่ปูทะเล</strong></p>
<p><strong>ส่วนผสม : </strong>ไข่ปูทะเลหรือไข่ปูม้า ¼ ถ้วย, กระเทียมหั่น 1 ½ ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูเขียวแดง 15 เม็ด, น้ำตาล ¼ ช้อนชา, น้ำปลา, ผงชูรส, น้ำมะนาว, น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ, ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ โรยหน้า</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1. โขลกไข่ปูให้ละเอียด ใส่กระเทียมโขลกรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ใส่พริกขี้หนูบุบพอแตก ปรุงรสด้วย น้ำตาล (ไม่ให้ออกหวาน) น้ำปลา ผงชูรส น้ำมะนาว น้ำต้มสุก ให้รสจัด ๆ โรยหน้าด้วยผักชี<br />
3. กินกับ ปลาดุกฟู ปลาทอด กุ้งทอด ปูทอด และผักจิ้มต่าง ๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกลูกหนามเลี๊ยบ</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jun 2008 03:38:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกลูกหนามเลี๊ยบ เครื่องปรุง : ลูกหนามเลี๊ยบ 2 ช้อนโต๊ะ, กุ้งแห้งป่น ¼ ถ้วย, กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ, มะดันซอย 2 ช้อนโต๊ะ, มะอึกหั่นชิ้นเล็ก ๆ 2 ช้อนโต๊ะ, ระกำ 1 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนู 10 – 15 เมล็ด, ส้มเหม็นหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ช้อนโต๊ะ, มะนาว (ถ้ายังไม่เปรี้ยว), น้ำปลา และ น้ำตาลปึก วิธีทำ 1. โขลกกระเทียม กับลูกหนามเลี๊ยบให้ละเอียด พริกขี้หนูทุบพอแตก 2. ใส่กุ้งแห้ง มะดัน มะอึก ระกำ ส้มเหม็น น้ำต้มสุกเล็กน้อย น้ำตาล ผสมให้เข้ากัน ชิมรสออกเค็ม เปรี้ยว หวาน ถ้ารสอ่อน เติมตามต้องการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำพริกลูกหนามเลี๊ยบ</strong></p>
<p><strong>เครื่องปรุง :</strong> ลูกหนามเลี๊ยบ 2 ช้อนโต๊ะ, กุ้งแห้งป่น ¼ ถ้วย, กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ, มะดันซอย 2 ช้อนโต๊ะ, มะอึกหั่นชิ้นเล็ก ๆ 2 ช้อนโต๊ะ, ระกำ 1 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนู 10 – 15 เมล็ด, ส้มเหม็นหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ช้อนโต๊ะ, มะนาว (ถ้ายังไม่เปรี้ยว), น้ำปลา และ น้ำตาลปึก</p>
<p><strong>วิธีทำ </strong><br />
1. โขลกกระเทียม กับลูกหนามเลี๊ยบให้ละเอียด พริกขี้หนูทุบพอแตก<br />
2. ใส่กุ้งแห้ง มะดัน มะอึก ระกำ ส้มเหม็น น้ำต้มสุกเล็กน้อย น้ำตาล ผสมให้เข้ากัน ชิมรสออกเค็ม เปรี้ยว หวาน ถ้ารสอ่อน เติมตามต้องการ<br />
3. รับประทานกับผักสด ปลาทอด ปลาดุกฟู หมูหวาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกแกงห่อหมก</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 May 2008 08:44:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกห่อหมก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกแกงห่อหมก ส่วนผสม พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20 เม็ด, หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง, กระเทียม 1/4 ถ้วยตวง, ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ, รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ, ผิวมะกรูด 2 ช้อนชา, พริกไทย 2 ช้อนชา, กะปิ 2 ช้อนชา, เกลือ 2 ช้อนชา, ข่าซอย 2 ช้อนชา วิธีทำ โขลกส่วนผสมทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำพริกแกงห่อหมก</strong></p>
<p><strong>ส่วนผสม</strong></p>
<p>พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20 เม็ด, หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง, กระเทียม 1/4 ถ้วยตวง, ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ, รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ, ผิวมะกรูด 2 ช้อนชา, พริกไทย 2 ช้อนชา, กะปิ 2 ช้อนชา, เกลือ 2 ช้อนชา, ข่าซอย 2 ช้อนชา</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong> โขลกส่วนผสมทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกปลาทูสด</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 May 2008 02:50:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกปลาทูสด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกปลาทูสด ส่วนผสม : ปลาทูสด 2 ตัว, พริกหยวก 4 เม็ด, หัวหอมแดง 4 หัว, กระเทียม 1 หัวใหญ่, พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ 6 เม็ด, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำซุปเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น วิธีทำ 1. ล้างปลาทูให้สะอาดควักเหงือกและไส้ออก เคล้าเกลือป่นให้ทั่วและล้างน้ำทิ้งเพื่อดับกลิ่นคาว 2. นำปลาทู หัวหอมแดง กระเทียม พริกหยวก พริกขี้หนู ปิ้งไฟอ่อนจนสุกหอม 3. ปอกเปลือกหอมแดง กระเทียม ออกบางส่วน นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำซุป ชิมรสตามชอบ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำพริกปลาทูสด</strong><br />
<strong>ส่วนผสม</strong> : ปลาทูสด 2 ตัว, พริกหยวก 4 เม็ด, หัวหอมแดง 4 หัว, กระเทียม 1 หัวใหญ่, พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ 6 เม็ด, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำซุปเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong><br />
1. ล้างปลาทูให้สะอาดควักเหงือกและไส้ออก เคล้าเกลือป่นให้ทั่วและล้างน้ำทิ้งเพื่อดับกลิ่นคาว<br />
2. นำปลาทู หัวหอมแดง กระเทียม พริกหยวก พริกขี้หนู ปิ้งไฟอ่อนจนสุกหอม<br />
3. ปอกเปลือกหอมแดง กระเทียม ออกบางส่วน นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำซุป ชิมรสตามชอบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกอ่อง</title>
		<link>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 04:55:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Aom</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการทำน้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกอ่อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.numpik.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[น้ำพริกอ่อง &#124; ลักษณะของน้ำพริกอ่อง ต้องมีความข้น และไม่แห้ง จะมีรสชาติเผ็ดเปรี้ยว หวานกลมกลืนกัน แต่ไม่นิยมปรุงความหวานจากน้ำตาล เพราะน้ำพริกอ่องมีส่วนผสมของหมูติดมัน ถ้าใส่น้ำตาลลงไปจะทำให้เลี่ยน นิยมความหวานจากธรรมชาติของมะเขือสับ และปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะเขือเทศกับน้ำส้มมะขามเปียก ส่วนผสม 1. เนื้อหมูสับ 1/2 ก.ก. 2. มะเขือเทศสีดา 15 ลูก 3. ผักชี ต้นหอมอย่างล่ะ 2 ต้น 4. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ 6. น้ำมันสำหรับผัด 4 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง 1. พริกแห้ง 10 เม็ด 2. หอมแดงสัง 4 ช้อนโต๊ะ 3. กระเทียมสับ 4 ช้อนโต๊ะ 4. รากผักชี 5 ราก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpiko.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-40" title="numpiko" src="http://www.numpik.com/wp-content/uploads/2008/07/numpiko.jpg" alt="" width="124" height="93" /></a></strong></p>
<p><strong>น้ำพริกอ่อง</strong> | ลักษณะของน้ำพริกอ่อง ต้องมีความข้น และไม่แห้ง จะมีรสชาติเผ็ดเปรี้ยว หวานกลมกลืนกัน แต่ไม่นิยมปรุงความหวานจากน้ำตาล เพราะน้ำพริกอ่องมีส่วนผสมของหมูติดมัน ถ้าใส่น้ำตาลลงไปจะทำให้เลี่ยน นิยมความหวานจากธรรมชาติของมะเขือสับ และปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะเขือเทศกับน้ำส้มมะขามเปียก</p>
<p><strong>ส่วนผสม</strong><br />
1. เนื้อหมูสับ 1/2 ก.ก.<br />
2. มะเขือเทศสีดา 15 ลูก<br />
3. ผักชี ต้นหอมอย่างล่ะ 2 ต้น<br />
4. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ<br />
5. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ<br />
6. น้ำมันสำหรับผัด 4 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><strong>ส่วนผสมพริกแกง</strong><br />
1. พริกแห้ง 10 เม็ด<br />
2. หอมแดงสัง 4 ช้อนโต๊ะ<br />
3. กระเทียมสับ 4 ช้อนโต๊ะ<br />
4. รากผักชี 5 ราก<br />
5. กะปิ 1 ช้อนชา<br />
6. เกลือ 1 ช้อนชา<br />
(โขลกทุกอย่างรวมกันให้ละเอียด)</p>
<p><strong>วิธีทำน้ำพริกอ่อง</strong><br />
1. นำเนื้อหมูมาสับให้ละเอียด<br />
2. นำผักชีต้นหอมหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ<br />
3. นำมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ<br />
4. นำน้ำมันใส่กะทะ ใส่พริกแกงที่โขลกแล้วผัดให้หอม<br />
5. ใส่มะเขือเทศลงผัด เติมน้ำปลา, น้ำตาล ชิมดูให้ได้รสชาติตามต้องการ ตักเสิร์ฟกินกับผักสดหรือแคบหมู</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.numpik.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

